• จันทร์ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 21:45 น.

‘ครามสกลนคร’ GI ไทย สู่ชุดพิธีการทัพนักกีฬาเอเชียนเกมส์

BREAKING NEWS ECONOMY

 กรมทรัพย์สินทางปัญญาปลื้ม “เนื้อคราม–ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” สินค้า GI ไทย ถูกยกระดับสู่ชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยใน Asian Games 2026 ฝีพระหัตถ์ออกแบบแบรนด์ SIRIVANNAVARI ชูโมเดลนำภูมิปัญญาท้องถิ่นผสานแฟชั่นร่วมสมัย เพิ่มมูลค่าสินค้า GI สร้างงาน–รายได้ตลอดห่วงโซ่ พร้อมพาอัตลักษณ์ชุมชนสกลนครสู่สายตานานาชาติ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การออกแบบชุดพิธีการของทัพนักกีฬาไทยครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยนำอัตลักษณ์ผ้าไทยมาผสานกับแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านงานออกแบบที่ทันสมัย และแสดงศักยภาพของผ้าและงานหัตถศิลป์ไทยไปสู่สายตานานาชาติ นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวสกลนครและคนไทยทั้งประเทศ ที่ของดีจากท้องถิ่น สินค้า GI 2 รายการจากจังหวัดสกลนคร ได้แก่ เนื้อครามสกลนคร และผ้าครามธรรมชาติสกลนคร ถูกยกระดับและได้รับการพัฒนาเป็นผลงานแฟชั่นร่วมสมัยที่มีความสง่างามในเวทีนานาชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยบอกเล่าเรื่องราวของแหล่งผลิต ฝีมือช่าง และภูมิปัญญาที่อยู่เบื้องหลังผืนผ้าไปพร้อมกัน

นางอรมน กล่าวว่า “เนื้อครามสกลนคร” และ “ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” เป็นสินค้า GI ที่มีชื่อเสียง สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาของจังหวัดสกลนครอย่างชัดเจน โดย “เนื้อครามสกลนคร” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ผลิตจากใบครามพันธุ์ฝักตรงหรือพันธุ์ฝักงอ ด้วยสภาพภูมิอากาศของจังหวัดสกลนครที่เหมาะกับการปลูกต้นครามและการแช่หมักคราม ทำให้ได้เนื้อครามคุณภาพดีมีลักษณะเหนียว หนืด ข้น สีน้ำเงินเข้มเป็นเงามันวาว มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติของคราม สีไม่ตกและไม่ซีดจางง่าย จึงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผ้าย้อมคราม ขณะที่ “ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2549 เป็นผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยครามธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ผลิตจากภูมิปัญญาในการเตรียมน้ำย้อมและกรรมวิธีย้อมครามที่สืบทอดกันมายาวนาน ทำให้เกิดผืนผ้าที่มีความโดดเด่น มีสีตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม มีความมันวาว ไม่ตกสี และมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

ด้วยอัตลักษณ์และคุณค่าอันโดดเด่นดังกล่าว ทำให้ผ้าครามธรรมชาติสกลนครไม่ได้เป็นเพียงวัสดุสำหรับการตัดเย็บทั่วไป แต่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นและสินค้าสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกคราม ผู้ผลิตเนื้อคราม กลุ่มทอผ้า ช่างย้อม ไปจนถึงผู้ประกอบการที่นำผ้าครามไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ช่วยสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และเข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสานและพัฒนาภูมิปัญญาให้คงอยู่ต่อไป

สำหรับชุดพิธีการทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขัน Asian Games ครั้งนี้ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด The Art of Unity” หรือ “ศิลปะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว” โดยนำผ้าครามธรรมชาติสกลนคร สินค้า GI จากกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร หนึ่งในชุมชนผู้ผลิตที่มีกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน GI มาออกแบบร่วมกับผ้าฝ้ายจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อถ่ายทอดความประณีต ความอดทน และความมุ่งมั่นของช่างทอและช่างย้อม เปรียบเสมือนเส้นทางของนักกีฬาที่ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและความพยายามอย่างต่อเนื่องก่อนก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยเฉดสีและลักษณะของผืนผ้าที่เกิดจากกรรมวิธีการย้อมครามตามภูมิปัญญาท้องถิ่น สะท้อนเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ แนวทางการนำสินค้า GI “เนื้อคราม–ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร” มาตัดเย็บเป็นชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทย จึงเป็นโมเดลตัวอย่างของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดด้วยการออกแบบ เพื่อขยายตลาดไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ทำให้สินค้า GI มีมูลค่าสูงขึ้นและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับชุมชนได้มากกว่าเดิม

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเสริมว่า การยกระดับสินค้า GI ไทย ถือเป็นแนวทางสำคัญในการเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ตามแนวนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นย้ำเรื่องการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาและความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การคุ้มครองและรักษามาตรฐานการผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้า การสร้างแบรนด์และเรื่องราว การออกแบบและเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ GI เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนสินค้า GI โดยติดตามข้อมูลได้ที่ Facebook : GI Thailand