• เสาร์ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:26 น.

DBD เร่งปั้นนักบัญชียุคดิจิทัล รับภาคธุรกิจโต

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ผู้ทำบัญชีเพิ่มกว่า 4 พันคน แตะ 82,780 คน เร่งพัฒนา e-Accountant+ รองรับผู้ทำบัญชีกว่า 8.9 หมื่นคน เดินหน้า Young & Smart Accountants ปั้นนักบัญชีรุ่นใหม่ก้าวทันเทคโนโลยี ย้ำต้องมีธรรมาภิบาล ไม่หนุนธุรกิจถือหุ้นแทนต่างชาติ-เปิดบัญชีม้า

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เผยสถิติผู้ทำบัญชี ในปี 2568 ว่า มีผู้ทำบัญชีทั้งสิ้นจำนวน 82,780 คน เพิ่มขึ้น 4,152 คน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย 5 อันดับจังหวัดที่มีผู้ทำบัญชีมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 30,290 คน รองลงมาคือ นนทบุรี 5,453 คน สมุทรปราการ 5,054 คน ชลบุรี 3,371 คน และ ปทุมธานี 3,322 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 57.37 ของผู้ทำบัญชีที่มีอยู่ทั้งหมดทั่วประเทศ หากเปรียบเทียบกับจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามจังหวัดของผู้ทำบัญชี 5 อันดับสูงสุด พบว่า มีนิติบุคคล 561,315 ราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 58.03 ของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด (ทั้งหมด ณ 31 ธ.ค. 2568 = 967,210 ราย) ซึ่งมีนิติบุคคลเฉลี่ย 12 นิติบุคคลต่อผู้ทำบัญชี 1 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ทำบัญชีมีเพียงพอและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

โดยในปี 2569 นี้ กรมฯ ได้พัฒนาระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant+) ให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกรมฯ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ทำบัญชี และเพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถค้นหาผู้ทำบัญชี เพื่อจัดทำบัญชีให้กับธุรกิจได้ รวมทั้งตรวจสอบสถานะของผู้ทำบัญชีและการแจ้งรับทำบัญชีของผู้ทำบัญชีด้วยตนเองได้อีกด้วย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ผู้ทำบัญชีมีความสำคัญต่อภาคธุรกิจ นอกจากต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบัญชีแล้ว ยังต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านบัญชี สนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนและกำหนดแนวทางการทำงาน ดังนั้น ผู้ทำบัญชีจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและการดำเนินงานต่างๆ เพื่อสะท้อนสุขภาพที่แท้จริงของธุรกิจ ที่ผ่านมา กรมฯ ให้ความสำคัญในเรื่องความรู้ที่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และข้อบกพร่องในการจัดทำบัญชีเพื่อกำกับให้ภาคธุรกิจปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการจัดอบรมให้แก่ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ที่สนใจทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการอบรมในช่วง 5 ปี กว่า 5,000 คน พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ทำบัญชีปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเร่งพัฒนาศักยภาพให้กับนิสิต/นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่านโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) ซึ่งเป็นการเรียนในรูปแบบ e-Learning และยังสามารถเลือกหลักสูตรเพิ่มเติมจากการอบรมผ่านระบบ Zoom โดยกรมฯ ได้สรรหาวิทยากรผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านมาบรรยายให้ความรู้ เช่น หลักสูตร Transformative Accounting ปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงานด้านบัญชีด้วยเทคโนโลยียุคดิจิทัล และหลักสูตรความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น

และในปีนี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับบริบทการทำงานของนักบัญชียุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ผ่านการรับรองจากกรมฯ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 195 สำนักงาน มาแบ่งปันประสบการณ์ของนักบัญชีจากพี่สู่น้อง ขอเชิญชวนสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสร้างนักบัญชีคุณภาพรุ่นใหม่ (Young & Smart Accountants) เพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์นักบัญชีให้เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ทำบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีที่มีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจไปด้วยกัน

ผู้ทำบัญชี และสำนักงานบัญชี ต้องเป็นที่ปรึกษาที่ดี พร้อมสนับสนุนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อการตัดสินใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ โดยต้องไม่แนะนำหรือส่งเสริมให้ธุรกิจทำผิดกฎหมาย เช่น การถือหุ้นแทนคนต่างชาติ หรือการเปิดบัญชีม้าในรูปแบบนิติบุคคลโดยเด็ดขาด” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.