• ศุกร์ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 17:51 น.

กรมทรัพย์สินฯ เผย 7 เดือน ยื่นจด 4.59 หมื่นคำขอ โต 7.48%

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยในช่วง 7 เดือนปี 69 ยื่นคำขอจดทะเบียนรวม 45,916 คำขอ ขณะที่รับจดทะเบียนเพิ่ม 7.54% และแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์พุ่งแรง 47.86% สะท้อนการตื่นตัวคุ้มครองผลงานจับตาสถาบันการศึกษาไทยนำทัพอนุสิทธิบัตร–ออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่สิทธิบัตรนวัตกรรมขั้นสูงต่างชาติยังครองสัดส่วนถึง 87% เร่งดันทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดเชิงพาณิชย์

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กรกฎาคม) มีสถิติยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย (เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์) รวมสูงถึง 45,916 คำขอ เพิ่มขึ้นกว่า 7.48% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (42,722 คำขอ) ขณะที่สถิติรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยกรมรับจดทะเบียนรวม 34,141 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้นกว่า 7.54% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (31,748 ฉบับ/รายการ) สำหรับลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาเพียงประเภทเดียวที่ได้รับความคุ้มครองทันที ที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานสามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้กับกรมได้ โดย 7 เดือนแรกของปี 2569 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 11,771 รายการ เพิ่มขึ้น 47.86% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 (7,961 รายการ)

โดยมีรายละเอียดคำขอจด/แจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท ดังนี้

1.เครื่องหมายการค้า ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 34,232 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (31,500 คำขอ) กลุ่มสินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ที่ 4,052 คำขอ (2) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ ตามมาใกล้เคียงที่ 4,024 คำขอ (3) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 3,767 คำขอ (4) เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 2,970 คำขอ และ (5) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 2,557 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 56% และต่างชาติ 44%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 172 คำขอ (2) บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 160 คำขอ (3) บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 155 คำขอ (4) บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด ในธุรกิจสื่อและความบันเทิงครบวงจรของไทย พุ่งขึ้นมาติดอันดับครั้งแรกในปีนี้โดยมี 94 คำขอ และ (5) บริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ ซึ่งอันดับที่ 1-3 และอันดับที่ 5 ล้วนเป็นบริษัทด้านเคมีเกษตรครบวงจรของไทย ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 25,177 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 1.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (24,746 เครื่องหมาย)

2) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 4,901 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (4,720 คำขอ) กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 627 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง (2) นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 434 คำขอ (3) นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 225 คำขอ (4) อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล เช่น พลาสติก เรซิน 148 คำขอ และ (5) อุปกรณ์ทางการแพทย์ 128 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 13% และต่างชาติ 87%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ (1) บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ที่ 157 คำขอ (2) บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น 154 คำขอ (3) บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 89 คำขอ (4) บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 72 คำขอ และ (5) บริษัท ซินเจนต้า ครอป โพรเท็คชั่น เอจี จากสวิตเซอร์แลนด์ 58 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 3,325 ฉบับ เพิ่มขึ้น 17.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (2,832 ฉบับ)

3) อนุสิทธิบัตร ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 3,090 คำขอ เพิ่มขึ้น 13.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (2,714 คำขอ) กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) อาหารและเครื่องดื่ม ครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่างที่ 388 คำขอ (2) ยาสมุนไพร 153 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ (3) ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 144 คำขอ (4) อุปกรณ์ทางการแพทย์ 101 คำขอ และ (5) สารเคมีเกษตรและเคมีภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ เท่ากันที่ 52 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 93% และต่างชาติ 7%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ (1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 99 คำขอ (2) มหาวิทยาลัยบูรพา 82 คำขอ (3) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 75 คำขอ (4) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 65 คำขอ และ (5) มหาวิทยาลัยขอนแก่น 62 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,528 ฉบับ เพิ่มขึ้น 39.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (1,098 ฉบับ)

4) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอ 3,693 คำขอ ลดลง 2.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (3,788 คำขอ) แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ลวดลายผ้า 461 คำขอ (2) บรรจุภัณฑ์ 330 คำขอ (3) รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 315 คำขอ (4) เครื่องประดับ 290 คำขอ และ (5) อุปกรณ์ก่อสร้าง 207 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 63% และต่างชาติ 37%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ (1) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 116 คำขอ (2) มหาวิทยาลัยศิลปากร พุ่งขึ้นมาติดอันดับ 2 ที่ 91 คำขอ (3) มหาวิทยาลัยบูรพา 68 คำขอ (4) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 65 คำขอ และ (5) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 64 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 4,111 ฉบับ เพิ่มขึ้น 33.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (3,072 ฉบับ)

5) ลิขสิทธิ์ ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูล 11,771 ผลงาน เพิ่มขึ้น 47.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 (7,961 ผลงาน) ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 4,751 ผลงาน (2) ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 3,084 ผลงาน (3) ดนตรีกรรม 2,482 ผลงาน (4) สิ่งบันทึกเสียง ขยับขึ้นมาจากอันดับ 5 โดยมี 730 ผลงาน และ (5) โสตทัศนวัสดุ 555 ผลงาน สัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ คนไทย 99% และต่างชาติ 1%

สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด พุ่งขึ้นมาติดอันดับเป็นครั้งแรก ที่ 308 ผลงาน (2) มหาวิทยาลัยขอนแก่น 217 ผลงาน (3) มหาวิทยาลัยมหิดล 175 ผลงาน (4) มหาวิทยาลัยทักษิณ 129 ผลงาน และ (5) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 75 ผลงาน ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์ งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น

นางอรมน เสริมว่า สถิติในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 แนวโน้มการยื่นคำขอและการรับจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา และนักสร้างสรรค์ทั้งไทยและต่างชาติให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น กรมฯ จะเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการพิจารณาคำขอ ยกระดับบริการดิจิทัล และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจไทย เสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน.