พาณิชย์เปิด ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ ดึง 130 ห้างท้องถิ่นทั่วประเทศ ลดสูงสุด 60%

โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดตัวโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ ประเดิมที่ห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จ.อุดรธานี ผนึกเครือข่ายห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น 130 ร้าน 800 สาขาทั่วประเทศ ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุดกว่า 60% พร้อมอัดคูปองส่วนลดรวมกว่า 5 ล้านบาท ช่วยลดค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และคาดสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ ณ ห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ สาขานาดี จังหวัดอุดรธานี ว่า ในวันนี้ (1 สิงหาคม 2569) ตนพร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้บริหารห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายสินค้า ได้ร่วมกันเปิดงานฯ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “งาน ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากกิจกรรม ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ โดยงาน ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ เป็นความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายสินค้า และเครือข่ายร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ มีกำหนดจัดกิจกรรมตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2569 ผ่านห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น 130 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และสินค้าจากผู้ประกอบการ SMEs ในราคาพิเศษ ลดสูงสุดกว่า 60% นอกจากนี้ ในส่วนของผู้บริโภคยังได้สนับสนุนคูปองส่งเสริมการขายมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งถัดไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท พร้อมช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย”

ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการทำประชาสัมพันธ์ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมกิจกรรมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านการสร้างตราสัญลักษณ์ให้ลูกค้าที่พบเห็นได้รับทราบว่าเป็นร้านภายใต้กิจกรรม ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ ช่วยเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน และการเผยแพร่ร้านค้าผ่านสื่อมวลชนในรูปแบบต่างๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมไปถึงยังมีรถแห่กระจายเสียงในท้องถิ่นให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม และได้รับความร่วมมือจาก Influencer ในท้องถิ่นมาช่วยสร้างสีสันและขายสินค้าให้กับร้านค้าด้วย

“สำหรับห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ประกอบการห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิธีเปิดในวันนี้ รวมถึงยังเป็นต้นแบบเครือข่ายห้างค้าท้องถิ่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ร้านตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ ดำเนินธุรกิจมาแล้วถึง 34 ปี โดยเริ่มจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อ 25 ธันวาคม 2543 (26 ปี) มีธุรกิจจำนวน 2 แห่ง คือ อำเภอเมือง (สำนักงานใหญ่) และอำเภอนาดี (ร้านค้าปลีก) สามารถสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกและโชห่วยที่เป็นสมาชิกกว่า 2,500 ร้านค้า ครอบคลุมหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าเชื่อมโยงผู้ผลิตไทย ผู้ประกอบการ SMEs และร้านโชห่วยในพื้นที่ให้เข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ นับเป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ส่งเสริมผู้ประกอบการให้เดินหน้าธุรกิจได้แบบมืออาชีพ พร้อมเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจที่ดีให้ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นได้เดินตาม”

กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
“งาน ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการลดราคาสินค้า แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ผลิตไทย ผู้ประกอบการ SMEs ร้านโชห่วย และร้านค้าปลีกรายย่อย ให้สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจในท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม กรมฯ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และเครือข่ายร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น จะเป็นพลังสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.






