กรมทรัพย์สินฯ หนุน SME ใต้ ใช้ IP เพิ่มมูลค่า ขยายตลาดโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา จัดโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ส่งเสริมผู้ประกอบการภาคใต้นำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมผลักดันสินค้าและนวัตกรรมไทยสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน
โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มอบหมายให้ นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมดังกล่าว ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการ SME ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 6.6 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 34.82 ของ GDP ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ SME ในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการกระจายรายได้ของประเทศ โดยพื้นที่ภาคใต้มีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 487,000 ราย สร้างการจ้างงานกว่า 1.6 ล้านคน นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ในการต่อยอดธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ

กรมฯ จึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ สสว. ภายใต้โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อนุสิทธิบัตร และลิขสิทธิ์ ควบคู่กับการบริหารจัดการสิทธิและนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME ผ่านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ

ด้าน นายวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ภายใต้โครงการดังกล่าว กรมฯ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME มาแล้ว 3 ครั้ง ในจังหวัดราชบุรี เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการยื่นขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแล้วกว่า 170 กิจการ ล่าสุด ในการจัดกิจกรรมที่จังหวัดสงขลา มีผู้ประกอบการในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วม อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรแปรรูป ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและขยายตลาด โดยอาศัยจุดแข็งของภาคใต้ทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงกับตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ประกอบการในพื้นที่จึงจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างของสินค้าและแบรนด์ผ่านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแข่งขันได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ทั้งนี้ กรมฯ ยังมีแผนจัดกิจกรรมต่อเนื่องในจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างครบวงจร ทั้งความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การตลาด และการออกแบบโลโก้ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองเครื่องหมายการค้า พร้อมคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างครบวงจร ทั้งด้านมาตรฐานสินค้า การพัฒนาธุรกิจ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจำนวน 3,000 บาท

พร้อมสิทธิประโยชน์ในการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า Fast Track ที่สามารถทราบผลการพิจารณาภายใน 3 เดือนนับจากวันยื่นคำขอ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็วนอกจากนี้ โครงการจะต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการผ่านการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการ พร้อมกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิต ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อีกด้วย
นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มในเศรษฐกิจยุคใหม่ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โดยกรมฯ จะเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงระบบและบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว.






