DIP ดัน ‘นมวาริช’ สินค้า GI น้องใหม่จากสกลนคร สร้างรายได้กว่า 134 ล้านบาทต่อปี

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชิญชวนประชาชนร่วมดื่ม “นมวาริช” นมโคคุณภาพจากจังหวัดสกลนคร เนื่องในวันดื่มนมโลก 1 มิถุนายน หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI รายการแรกของไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม ชูจุดเด่นน้ำนมแท้ 100% จากแหล่งผลิตคุณภาพ พร้อมสร้างมูลค่าทางการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี และช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ตามแนวนโยบายของรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยมุ่งผลักดันให้กลไกการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นมากกว่าเครื่องหมายรับรองคุณภาพและแหล่งกำเนิดสินค้า แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่า สร้างจุดขาย และเสริมศักยภาพสินค้าชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม และการเชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเกษตรกรรม

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “นมวาริช” เป็น GI ของจังหวัดสกลนคร สินค้าดังกล่าวถือเป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรในสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มาอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระราชทานการสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน อุปกรณ์ เทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาบุคลากร และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปน้ำนมดิบ ตลอดจนขยายการผลิตเป็นนมพาสเจอไรซ์ นมยูเอชที และอาหารสัตว์ได้อย่างครบวงจร

นางอรมน กล่าวว่า นมวาริช เป็นน้ำนมโคแท้ 100% จากแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ผลิตในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน ซึ่งมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์จากเขื่อนน้ำอูนและอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหยาด และมีอากาศเย็นสบาย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงเอื้อต่อการทำเกษตรและสามารถปลูกพืชอาหารสัตว์ได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้น้ำนมโคที่ได้มีสีขาวนวล เนื้อสัมผัสเข้มข้น รสชาติหวานละมุน และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ โดยปัจจุบัน สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มีสมาชิกเกษตรกร 86 ราย มีปริมาณการผลิตสูงถึง 16,869,871 กล่องต่อปี โดยจำหน่ายในราคากล่องละ 8 บาท (250 มล.) สร้างมูลค่าทางการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ พื้นที่การเลี้ยงโคนมและโรงงานแปรรูปของสหกรณ์ฯ ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agritourism) เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตนมสดแท้แบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มว่า เนื่องในวันดื่มนมโลกประจำปี 2569 ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้บริโภคนม GI ไทยคุณภาพ “นมวาริช” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และคุณค่าจากแหล่งผลิตท้องถิ่นของจังหวัดสกลนคร โดยนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรและเศรษฐกิจชุมชนไทยอีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการของนมโค รวมถึงบทบาทของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ

นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นเดินหน้าภารกิจส่งเสริมและคุ้มครองสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า การปกป้องสิทธิของชุมชน และและการขยายโอกาสสินค้า GI ไทยสู่ตลาดโลก เพื่อให้สินค้า GI ไทยได้รับการยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ หากประชาชน ผู้ประกอบการ หรือเกษตรกร ต้องการขอรับคำปรึกษาด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Facebook: GI Thailand.






