ศุภจี–ชาบีดา เปิด Thailand Pavilion ที่คานส์ ดันหนังไทย–คอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลก

ไทยเปิดคูหา “Thailand Pavilion” ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 โชว์ศักยภาพอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ พร้อมประกาศมาตรการ Cash Rebate สูงสุด 20% ดึงต่างชาติลงทุนผลิตคอนเทนต์ในไทย ขณะเดียวกัน 2 หนังไทย “9 วัดสู่สวรรค์” และ “หาอะไร?” ได้รับคัดเลือกเข้าฉายในเวทีระดับโลกที่ Cannes Film Festival

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นสาธารณรัฐฝรั่งเศส) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดคูหาประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์  ในนามประเทศไทย หรือ Thailand Pavilion” ภายในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อุยธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา ผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ประกอบการภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ หน่วยงานรัฐ เอกชน ศิลปินดารานักแสดงชื่อดัง และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ คูหาหมายเลข 112 หมู่บ้านนานาชาติ (village International) เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ภายในงาน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในพิธีเปิดว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของไทยเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูง สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และส่งเสริมการจ้างงาน รวมถึงเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพลักษณ์สร้างเครือข่าย และขยายตลาดในระดับสากล ทั้งนี้ การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้แสดงความชื่นชมต่อการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐ อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยมีบทบาทบนเวทีระดับโลก ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้านนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์วัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวคิด “Content Thailand” ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาผลงานคุณภาพ และผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยประเทศไทยได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

ในโอกาสนี้ รมว.วธ. กล่าวแสดงความยินดีกับภาพยนตร์เรื่อง “9 Temples to Heaven”(9 วัดสู่สวรรค์)   และ “What do you seek in the dark?” (หาอะไร?) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 โดย “9 Temples to Heaven” ได้รับคัดเลือกในสาย Directors’ Fortnight  และ “What Do You Seek in the Dark?” ได้รับคัดเลือกในสาย Critics’ Week ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลก

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจัดกิจกรรม Thai Pitch โดยนำโครงการภาพยนตร์ ที่ผ่านการคัดเลือก อย่างพิถีพิถัน จำนวน 3 โครงการ มานำเสนอแนวคิดและศักยภาพของผลงานต่อนักลงทุน ผู้ร่วมผลิต และผู้ที่สนใจจากนานาประเทศ โดยมีผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์เข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือและยังได้จัดกิจกรรมร่วมกับสื่อชั้นนำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงระดับโลก Deadline” ภายใต้ชื่อ Thai Cinema Global Showcase 2026” นำเสนอภาพยนตร์ไทยที่มีความโดดเด่น จำนวน 5 เรื่อง โดยนำตัวแทน 5 บริษัท ร่วมพูดคุยเพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดนานาชาติ พร้อมกันนี้ ยังได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 15 บริษัท เข้าร่วมตลาดภาพยนตร์ เพื่อจัดแสดงผลงานและเจรจาธุรกิจในระดับนานาชาติ

รมว.วธ. ยังกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งความพิเศษสำคัญในปีนี้ ประเทศไทยได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยบริษัทต่างชาติที่ว่าจ้างผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ที่มีมูลค่าสัญญาขั้นต่ำต่อโครงการ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนในรูปแบบเงินคืน (Cash Rebate) สูงสุดถึง 20%  ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมบริการด้านการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์อย่างครบวงจร อาทิ แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ เกม และงานโพสต์โปรดักชัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ไทยสู่ระดับสากล.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password