DITP ดัน SME ไทยบุกตลาด EU ชูกลยุทธ์ 3E เจาะผู้บริโภค 450 ล้านคน         

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าผลักดัน SME ไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรป ผ่านกลยุทธ์ 3E พร้อมชี้เป้าสินค้า 5 กลุ่มดาวรุ่ง ทั้งสินค้าอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เร่งเสริมความรู้ มาตรฐาน และช่องทางการตลาด หวังเพิ่มโอกาสส่งออกสู่ตลาดกำลังซื้อสูงกว่า 450 ล้านคน

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเสวนา “เปิดประตูสู่ตลาดสหภาพยุโรป : การเตรียมความพร้อมสู่ความสำเร็จด้านธุรกิจ” ที่จัดโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า DITP มีนโยบายในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME สู่เวทีโลกด้วยกลยุทธ์ 3E คือ Expand ขยายโอกาสการค้าด้วยการรักษาตลาดเดิมและบุกเบิกตลาดใหม่ๆ ควบคู่ไปกับกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทยในต่างประเทศ Enable ขับเคลื่อนผู้ประกอบการผ่านการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ และ Empower พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ทั้งด้านองค์ความรู้ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า และการสร้างแบรนด์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล

สำหรับตลาดสหภาพยุโรป (EU) เป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายที่ DITP มุ่งเจาะ เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสและศักยภาพสูงสำหรับไทย มีฐานผู้บริโภคมากกว่า 450 ล้านคน มีกำลังซื้อสูง โดยกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเติบโตในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า มี 5 กลุ่ม ได้แก่ 1. สินค้าสีเขียวและยั่งยืน ซึ่ง DITP มีแผนให้ความรู้ SME ต่อเนื่อง และส่งเสริมการนำผลผลิตเหลือใช้มาพัฒนาเป็นสินค้า 2. สินค้าอาหารคุณภาพสูง ทั้งออร์แกนิก อาหารเสริม มีกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้าง ผู้นำเข้าใน EU จัดเจรจาจับคู่ธุรกิจ เชิญผู้ซื้อผู้นำเข้ามาชมงานแสดงสินค้า นำไปร่วมงานแสดงสินค้า และมีโครงการ SMEs Pro-active ช่วยสนับสนุนการทำตลาด 3. สินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และ EV 4. สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี และ 5. สินค้าไลฟ์สไตล์พรีเมียม สินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ สินค้า Wellness ซึ่ง 3 กลุ่มหลัง มีการจัดเจรจาธุรกิจทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ และเชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้าร่วมงานแสดงสินค้า เพื่อสร้างโอกาสในการขายต่อเนื่อง

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า DITP ยังมีแผนผลักดัน SME ที่ไม่เคยเข้าสู่ตลาด EU โดยจะช่วยเพิ่มพูนความรู้ในการเข้าสู่ตลาด ทั้งการส่งออก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ กฎระเบียบต่างๆ และนำเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อทดลองตลาด และสร้างพันธมิตรทางการค้า และยังมีโครงการ SMEs Pro-active ที่จะช่วยสนับสนุนการออกไปทำตลาดต่างประเทศ รวมทั้งมีแผนส่งเสริมการขายสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ เช่น สินค้าอาหาร และสุขภาพความงาม เข้า Amazon ของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ส่วนตลาด EU มีสินค้าไทยเข้าไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Amazon ของเยอรมนีแล้ว เช่น ยาดมตราโป๊ยเซียน และมีแผนจะส่งเสริมสินค้าอาหารและเครื่องดื่มกับแพลตฟอร์ม JOYBUY ในประเทศเนเธอร์แลนด์อีกด้วย ขณะเดียวกัน จะร่วมกับห้างใน EU จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าไทย และเปิดโอกาสให้สินค้า SME เข้าสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น

ส่วนการเตรียมตัวของ SME ในการเข้าสู่ตลาด EU สิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ ยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของ EU เพราะเป็นตลาดที่มีมาตรฐานสูงมาก โดยสินค้าต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน เช่น CE (เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และของเล่น) , Organic (อาหาร เกษตร) , Fair Trade (แรงงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ) และ Food Safety อาทิ มาตรฐาน HACCP, ISO 22000 และต้องจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ มีนโยบายลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล รายละเอียดสินค้าต้องชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนี้ DITP พร้อมที่จะช่วยเหลือและเป็นพี่เลี้ยงให้กับ SME ทั้งการเพิ่มพูนความรู้ และการชี้เป้าช่องทางการขยายตลาด เพราะมีข้อมูลจากทูตพาณิชย์ที่รายงานเข้ามาตลอดว่าตลาดไหนต้องการสินค้าอะไร โดยมั่นใจว่า จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้ SME ไทย ขยายตลาดเข้าสู่ตลาด EU ได้เพิ่มขึ้นแน่

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password