คต. ผนึก GIT ลุยเบลเยียม เจรจา EU–G7 รับกฎคุมเพชรใหม่ ยกระดับความเชื่อมั่นผู้ส่งออกไทย

กรมการค้าต่างประเทศ ร่วม GIT นำคณะเจรจา EU และเบลเยียม วางแนวทางรับมาตรการตรวจสอบย้อนกลับเพชรเต็มรูปแบบ ลดอุปสรรคการค้า พร้อมดันมาตรฐาน–เทคโนโลยีเสริมความโปร่งใส รักษาศักยภาพแข่งขันผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภารกิจ ณ กรุงบรัสเซลส์ และเมืองแอนต์เวิร์ป ระหว่างวันที่ 1 – 4 เมษายน 2569 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคเอกชนไทยต่อมาตรการคว่ำบาตรเพชรรัสเซียของ EU และกลุ่มประเทศ G7 โดยนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (GIT) นายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการ (เทคนิค) และนางสาวสิริบุษย์ อึ๊งภากรณ์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้เข้าร่วมหารือเชิงเทคนิคและแนวโน้มทางการตลาดอีกด้วย โดยผลการหารือที่สำคัญมีดังนี้

1) การสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยหารือร่วมกับหน่วยงานด้านนโยบายการต่างประเทศและการค้าภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรป อาทิ Service for Foreign Policy Instruments (FPI) และ Directorate-General for Trade (DG TRADE) รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของเบลเยียม เช่น Federal Public Service Economy, Federal Public Service Finance และ Antwerp World Diamond Centre (AWDC) เพื่อวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการไทยในการปฏิบัติตามระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เต็มรูปแบบ 

2) การลดอุปสรรคในการส่งออก โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเอกสารพิสูจน์แหล่งกำเนิดเพชร (Due Diligence Statement on Diamond Origin) สำหรับเพชรเจียระไนขนาด 0.5 กะรัตขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจากไทยจะไม่ถูกสกัดกั้นและสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างราบรื่น  

3) การยกระดับความเชื่อมั่นผ่านมาตรฐานการตรวจสอบและออกใบรับรองเพชรกับสถาบัน HRD Antwerp และการใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการติดตามเพชรตลอดห่วงโซ่อุปทานกับบริษัท HB Antwerp เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการไทยใช้ยืนยันแหล่งที่มาของเพชรได้อย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากล

4) การตอกย้ำภาพลักษณ์การค้าโปร่งใส ซึ่งกรมฯ ได้นำเสนอความเข้มงวดของระบบการกำกับดูแล การนำเข้า – ส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของไทยภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) เพื่อยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีส่วนสนับสนุนการค้าเพชรแห่งความขัดแย้ง (Conflict Diamonds) นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเชิงเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถจัดการระบบการตรวจสอบและออกใบรับรองที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด EU ซึ่งเป็นคู่ค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนอันดับ 1 ของไทยได้อย่างถูกต้อง

นางอารดาฯ ทิ้งท้ายว่า การหารือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้ว่าปัจจุบันตลาดเพชรโลกยังเผชิญกับปัจจัยที่ท้าทาย เช่น อุปทานและอุปสงค์ที่ลดลง ความผันผวนของราคาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเติบโตของตลาดเพชรสังเคราะห์ที่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ดี คาดว่าตลาดเพชรธรรมชาติจะกลับมาฟื้นตัวในอนาคต เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะ Emotional Market ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด ตลอดจนรักษาคุณภาพมาตรฐานระดับสากล รวมทั้งให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับและการยืนยันแหล่งที่มาของเพชร โดยกรมการค้าต่างประเทศและ GIT พร้อมเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนด้านข้อมูลเพื่อให้ภาคเอกชนปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ใหม่ได้อย่างมั่นคง เพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาดเพชรโลกอย่างยั่งยืน.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password