“พลังงาน”เร่งออกมาตรการด้านพลังงานเพิ่มเติม เตรียมดูแลราคาดีเซล-เบนซิน วอนประชาชนอย่ากักตุนน้ำมัน

วันนี้ (9 มีนาคม 2569) นาย อนุทิน ชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่เกิดขึ้น

โดยนายพิพัฒน์ ได้ เผยหลังการประชุมว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณน้ำมันสำรองอย่างเข้มข้น ยืนยันว่าปัจจุบันปริมาณน้ำมันสำรองของไทยยังอยู่ที่ 95 วัน ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมแผนเพื่อลดผลกระทบด้านราคาน้ำมันหลังหมดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล โดยจะ ติดตามสถานการณ์ราคาในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลราคาน้ำมันดีเซล และเบนซิน หากจำเป็นจะมีการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปให้สอดคล้องกับราคาในตลาดโลก แต่จะไม่ให้มีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ด้านมาตรการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนน้ำมันนั้น หากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใดประสบปัญหาในการจัดซื้อน้ำมันจากผู้ค้าเดิม สามารถนำหลักฐานใบสั่งซื้อน้ำมันย้อนหลัง 2 เดือน ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือพลังงานจังหวัดเพื่อให้สามารถซื้อน้ำมันได้ตามปกติเฉกเช่นที่ผ่านมา

ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ออกมาตรการเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งการให้ผู้ค้าน้ำมันปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% ภายในวันที่ 30 เมษายนนี้ ซึ่งจะช่วยยืดปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศได้เพิ่มอีก 7 วัน และเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติม คือการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 คาดว่าจะมีผลภายในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งสอดรับกับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ออกมาพอดีในช่วงนี้ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศได้ด้วย รวมทั้งจะส่งเสริมการใช้ E20 โดยจะเตรียมปรับราคาให้มีส่วนต่างกับ E10 มากขึ้นเพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนใช้ E20 มากขึ้น

นอกจากนั้น ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า ได้จัดหาก๊าซธรรมชาติทดแทนในส่วนที่ไม่สามารถส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น ยังเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย การนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เพิ่มขึ้น ทั้งหมดเทียบเท่ากับปริมาณ LNG ประมาณ 2 ลำเรือ จึงขอยืนยันว่าพลังงานไฟฟ้าจะไม่ขาดแคลนแน่นอน นอกจากนั้น ยังตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไปอีก 2 เดือน (เมษายน – พฤษภาคม) กระทรวงพลังงาน อยากขอความร่วมมือภาครัฐและประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26 องศา การตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดการกินน้ำมัน รวมทั้งการให้พนักงาน WFH แต่ขอให้คำนึงถึงผลกระทบร้านค้าในบริเวณออฟฟิศประกอบด้วย ทั้งหมดนี้คือมาตรการที่กระทรวงพลังงานได้เตรียมดำเนินการเพื่อสร้างมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกับ ด้าน ปตท. และ บางจาก ได้ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.50 บาทต่อลิตร เว้น E20, E85 ลดลง 0.50 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล และ Premium GSH95 คงเดิม มีผล 10 มี.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password