กรมทรัพย์สินฯ เตรียมออกตรา GI สินค้าแปรรูปครั้งแรกของโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งออกประกาศเงื่อนไขใช้ตราสัญลักษณ์ GI สำหรับสินค้าแปรรูปที่ใช้วัตถุดิบจากสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ คาดประกาศได้มี.ค.–เม.ย. 2569 หวังเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน กระตุ้นการบริโภค และดันสินค้า GI ไทยแตะ 239 รายการ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 8.2 หมื่นล้านบาท

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯอยู่ระหว่างการดำเนินการออกประกาศเงื่อนไขการขอรับใช้ตราสัญลักษณ์จีไอ(GI) สินค้าแปรรูปที่ใช้วัตถุดิบหลักจากสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาตร์(จีไอ) ซึ่งเป็นการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าจีไอที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว โดยคาดว่าจะเร่งดำเนินการออกประกาศภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 ทั้งนี้ เงื่้อนไขเบื้องต้นหลักๆ คือ เป็นสินค้าแปรรูปที่ใช้วัตถุดิบจีไอเป็นส่วนผสม ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดว่าต้องมีสัดส่วนเท่าไหร่ อีกทั้งวัตถุดิบที่ใช้แปรรูปต้องซื้อตรงจากแหล่งผลิตและอยู่ในกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับได้เพื่อให้มั่นใจว่ามีการซื้อสินค้าจีไอจากแหล่งผลิตที่ได้รับการยืนยันจริง และ มีการตรวจสอบทบทวนการรับเครื่องหมายจีไอทุก 2 ปี เพื่อไม่ได้เกิดปัญหาการลดคุณภาพและปฎิบัติตามเงื่อนไข พร้อมกันนี้ กรมได้หารือกับหน่วยงานดูแลด้านอาหารและสินค้าเพื่อให้สอดคล้องมาตรฐานสากล
“ตราจีไอเพื่อสินค้าแปรรูป จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย และทั่วโลก เป็นผลจากการลงพื้นที่และได้พูดคุยกับผู้ประกอบการสินค้าจีไอและผู้ประกอบการด้านผลิตอาหารและร้านอาหาร อยากให้ต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้าจีไอที่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่แค่ขายเป็นสินค้าจีไอ แต่น่าจะกระตุ้นการบริโภคสินค้าที่แปรรูปจากสินค้าจีไอด้วย ตอนนี้หลายฝ่ายให้การสนับสนุนเชื่อว่าหวังประกาศเงื่อนไข จะมีผู้ประกอบการแห่ยื่นจำนวนมาก” นางอรมน กล่าว
นางอรมน กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 มีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีก 26 รายการ ส่งผลให้มีสินค้า GI รวมกว่า 239 รายการครอบคลุมทุกจังหวัดในไทย และมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนกว่า 82,000 ล้านบาท ขณะที่ต่างประเทศก็มีการยื่นขอคุ้มครองสินค้า GI ต่อเนื่อง ปัจจุบันสินค้าต่างประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 25 สินค้า จาก 10 ประเทศ และอยู่ระหว่างการสอบคำขอ 10 สินค้าจาก 5 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องดื่มและสินค้าจากเนย
นอกจากนี้กำลังผลักดันใช้สินค้าจีไอเป็นทรัพย์สินทางปัญญาแปลงเป็นทุน เพื่อขยายโอกาสในกับธุรกิจในด้านเงินทุนหมุนเวียนและการขยายตลาด โดยกรมเน้นสิทธิบัตรที่มีนวัตกรรม ซึ่งได้เริ่มศึกษาและประชุมหารือกับหน่วยงานในไทยและต่างประเทศอย่าง ไวโป แล้ว โดยจะหลักดันนำร่องโครงการในเร็วๆนี้ นางอรมน กล่าวเพิ่มเติม.






