กรมทรัพย์สินฯ ศึกษาโมเดล Louis Vuitton ชี้บทบาททรัพย์สินทางปัญญาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำคณะเยี่ยมชมงาน Pop-Up Experience ของ Louis Vuitton ที่กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และงานออกแบบผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก ย้ำความสำคัญของการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยรองอธิบดี และผู้บริหารกรมฯ เข้าชมงาน Pop-Up Experience ของแบรนด์ระดับโลก Louis Vuitton และหารือกับ Mr. Marcus Lim, Intellectual Property Manager – South Asia ผู้แทนจาก Louis Vuitton ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมาต้อนรับคณะ ณ Louis Vuitton Hotel Bangkok โดยยกเป็นต้นแบบที่ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในอุตสาหกรรมแฟชั่น ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจโลก

นางอรมน เปิดเผยว่า การเข้าชมงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและศึกษาแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ผ่านการออกแบบ และการบริหารจัดการสิทธิในเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ และงานออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าและบริการในระดับสากล ทั้งนี้ Louis Vuitton ในฐานะแบรนด์เก่าแก่ระดับโลก เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการสร้างเอกลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและช่วยปกป้องมูลค่าทางธุรกิจในระดับสากล

ภายในงาน Pop-Up Experience มีการนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาและพัฒนาการของแบรนด์ ผ่านการจัดแสดงผลงานการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ การนำเสนอองค์ประกอบด้านศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรมมาผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนความสำคัญของการคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งในมิติของการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด และการสร้างประสบการณ์แบรนด์ (Brand Experience) นอกจากนี้ ยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram LV อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งออกแบบขึ้นในปี ค.ศ. 1896 หรือกว่า 130 ปีก่อน โดยพัฒนาลวดลายเฉพาะที่ประกอบด้วยอักษร “LV” และดอกไม้สี่แฉก จัดวางในรูปแบบที่มีเอกลักษณ์และจดจำได้ง่าย เพื่อสร้างความแตกต่างและป้องกันการลอกเลียนแบบ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นกลไกคุ้มครองแบรนด์อย่างเป็นระบบ และลวดลายดังกล่าวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกจนถึงปัจจุบัน

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในบริบทของประเทศไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และผู้สร้างสรรค์ผลงาน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแฟชั่น งานออกแบบ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งมีศักยภาพสูงในการต่อยอดสู่ตลาดสากล หากได้รับการคุ้มครองสิทธิและบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์อย่างเหมาะสม กรมฯ จึงพร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผ่านการพัฒนากฎหมายและระบบบริการที่ทันสมัย การส่งเสริมการสร้างสรรค์และเร่งรัดกระบวนการพิจารณาคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ กรมฯ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นพลังสำคัญในการเคารพและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา อันเป็นรากฐานของระบบการค้าที่เป็นธรรม ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ และความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเลือกซื้อสินค้าถูกกฎหมายจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงสินค้าที่มีราคาต่ำผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสินค้าที่ละเมิดสิทธิและไม่ได้มาตรฐาน พร้อมรณรงค์ให้ประชาชน “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน ส่งเสริมผู้ประกอบการสุจริต และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศอย่างยั่งยืน

หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password