ส.อ.ท.เผย ปี 68 ผลิตรถยนต์ เกินเป้าร้อยละ 0.38

ส.อ.ท.เผย ยอดผลิตรถยนต์ ปี2568 มีจำนวน 1,455,569 คัน มากกว่าเป้าหมายร้อยละ 0.38 ขณะที่ เดือนธันวาคม 2568 ผลิตรถยนต์ได้113,855 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.56 ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 10,714 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 794.32 ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 19,748 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 273.38 ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 6,360 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 100

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ เดือนธันวาคม 2568 ดังต่อไปนี้

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนธันวาคม 2568 มีทั้งสิ้น 113,855 คัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 12.57 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 8.56 เนื่องจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อชดเชย

การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรการสนับสนุนฯ ส่งผลให้ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าได้ถึง 10,714 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 794.32 เพื่อส่งออกและขายในประเทศ และส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออก 86,194 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.26 มีสัดส่วนถึงร้อยละ 75.71 ผลิตเพื่อขายในประเทศแค่ 27,661 คัน ลดลงร้อยละ 26.58 มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 24.29

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,455,569 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.91 แต่มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,450,000 คัน โดยมากกว่า 5,569 คัน หรือมากกว่าร้อยละ 0.38

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนธันวาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 75,121 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 47.17 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.07 เป็นเดือนแรกในรอบ 33 เดือนที่มียอดขายรถยนต์ 75,121 คัน สอดคล้องกับยอดจองรถยนต์ 75,246 คันในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่ต้องจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 รถยนต์นั่งจึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 และรถยนต์ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 106.3 รถ PPV ยังคงขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 เพราะปีนี้มีผู้ผลิตรายใหม่เพิ่มขึ้นมา

แต่รถกระบะยังคงมียอดขายทรงตัวที่ระดับต่ำที่ 14,965 คัน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3.9 จากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ยังคงต่ำ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2568 ยังคงลดลงร้อยละ 4.24 การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55,49 แสดงถึงการจ้างงานยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย 32,974,321 คน ลดลงร้อยละ 7.23 ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนธันวาคม 2568 ส่งออกได้ 84,963 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วร้อยละ 7.97 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 11.29 เป็นอีกเดือนหนึ่งที่ส่งออกมากกว่าเวลาเดียวกันของปีที่แล้วจากการเร่งส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะถูกนับเป็นการผลิตชดเชยที่ 1.5 เท่า ตามมาตรการสนับสนุนฯ จึงส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าได้ถึง 6,360 คัน มีส่วนแบ่งร้อยละ 7.49 ของยอดส่งออก ปีที่แล้วยังไม่มีรถยนต์ไฟฟ้าส่งออก รถกระบะไฟฟ้าส่งออก 76 คัน ปีที่แล้วยังไม่มีการผลิตรถกระบะไฟฟ้าในประเทศไทย รถกระบะดีเซลยังคงส่งออกมีส่วนแบ่งมากที่สุดทีร้อยละ 61.85 จำนวน 52,550 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.25 รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในส่งออก 10,673 คัน ลดลงร้อยละ 15.06 เพราะมีการเลิกผลิตรถยนต์บางรุ่นเพื่อส่งออก ส่งผลให้ตลาดส่งออกรถยนต์นั่งลดลง เช่น ตลาดเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ส่วนตลาดรถกระบะเพิ่มขึ้นเช่น ตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนีย ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดแอฟริกา ตลาดอเมริกากลางและอเมริกาใต้

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่ เดือนธันวาคม ประเภท BEV มีจำนวน 18,478 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 158.58 ,ประเภท HEV มีจำนวน 8,264 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 38.06,ประเภท PHEV มีจำนวน 869 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมปีที่แล้วร้อยละ 66.79.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password