‘ไทย-จีน’ยกระดับความร่วมมือ e-Commerce ดันผปก.ไทยบุกตลาดแดนมังกร

ที่ปรึกษา รมว. พาณิชย์ไทยหามือ รมช.พาณิชย์จีน เดินหน้าเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย เข้าถึงตลาด e-commerce จีน พร้อมเร่งวางแผนความร่วมมือปี 2569 และแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการส่งออกให้เป็นรูปธรรม

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 15.30 น. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (H.E. Mr. Sheng Qiuping) เข้าพบหารือกับที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2 – 4 ธันวาคม 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และหารือแนวทางความร่วมมือการส่งเสริมการค้าระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

นางสาวบรรจงจิตต์ เปิดเผยว่า “จีนเป็นตลาด e-commerce ขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 910 ล้านคน และมีสัดส่วนมูลค่าคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP โดย e-commerce ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทั้งภาคผู้บริโภค ผู้ประกอบการ การจ้างงาน และการผลิต กระทรวงพาณิชย์ไทยและกระทรวงพาณิชย์จีนมีบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลงนามร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งที่ผ่านมา จีนได้ให้การสนับสนุนไทยในด้านการพัฒนาบุคลากรภาครัฐผ่านหลักสูตรอบรมหลากหลายหลักสูตร ในการหารือครั้งนี้จึงได้เสนอให้คัดเลือกผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมการอบรมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเป็นผู้บุกเบิกตลาดโดยตรง ยิ่งผู้ประกอบการมีความเข้าใจตลาดและกฎระเบียบมากเท่าไร ก็จะทำให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายจัดทำ Work Plan ความร่วมมือด้าน e-commerce สำหรับปี 2569 ที่มีไทม์ไลน์ความร่วมมือต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม”

ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ กล่าวยินดีที่ผ่านมาจีนมีความต้องการสินค้าเกษตรจากไทย และร่วมพยายามแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าข้าวและผลไม้ พร้อมทั้งได้แสดงความยินดีที่มีการลงนามพิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA 3.0) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงาน จะติดตามการดำเนินการของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเร่งกระบวนการเพื่อให้ความตกลง ACFTA 3.0 มีผลใช้บังคับโดยเร็ว ซึ่งในระหว่างนี้ เห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรช่วยกันประชาสัมพันธ์การใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าวให้ภาคเอกชนทราบอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้เมื่อความตกลงฯ มีผลใช้บังคับ อย่างไรก็ดี ยังมีสินค้า เช่น โคมีชีวิต ที่ไทยยังไม่สามารถส่งออกไปจีนได้ จึงได้เสนอแนวทางให้จีนส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสินค้าที่ไทย เพื่อให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าตรงไปยังประเทศจีนได้อย่างถูกต้องตรงตามคุณภาพที่จีนต้องการ โดยหากทั้งสองฝ่ายสามารถแก้ปัญหาในกรณีนี้ได้สำเร็จ ก็จะสามารถเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้บริโภคอื่นๆ ได้ด้วย

ทั้งนี้ มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน 10 เดือน (ม.ค. – ต.ค. 2568) มีมูลค่ารวม 121,550.08 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 28.00 แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 33,781.38 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 15.47 และการนำเข้ามูลค่า 87,768.69 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 33.59 สินค้าส่งออกหลักของไทยไปจีน ได้แก่ 1) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 2) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 3) ผลิตภัณฑ์ยางประกอบ 4) เม็ดพลาสติก 5) ยางพารา และสินค้านำเข้าหลักของไทยจากจีน ได้แก่ 1) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 2) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 3) เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน 4) เคมีภัณฑ์ 5) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าไปที่ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ thaitrade.com.





