• อังคาร 29 กันยายน 2569 เวลา 08:34 น.

พาณิชย์งัด 2 มาตรการใหญ่ปีหน้า  ‘คุมเข้มนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดเผา – ส่งออกสินค้าเชื่อมนิวเคลียร์

BREAKING NEWS ECONOMY

กระทรวงพาณิชย์แจง “2 มาตรการใหญ่” ปี 2569 เผย (1) แผนควบคุมเข้มนำเข้า “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา” ร่วมแก้ฝุ่นพิษข้ามพรมแดนให้คนไทย และ (2) คุมเข้ม! “ส่งออกสินค้า DUI ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์” เสริมแกร่งความเชื่อมั่นนักลงทุนโลก  

นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศ เตรียมเดินหน้าบังคับใช้มาตรการใหม่และเป็นมาตรการสำคัญ 2 เรื่อง  ได้แก่ การออกมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผาเพื่อลดปัญหามลพิษ PM 2.5 ข้ามพรมแดน อันเป็นการร่วมปกป้องสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ และ การเริ่มใช้มาตรการใบอนุญาตส่งออก (Export License) สำหรับสินค้าที่สามารถนำไปใช้เพื่อเป็นสินค้าปกติและใช้เป็นส่วนประกอบในอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) ได้ด้วย ที่เรียกว่า สินค้าสองทาง (Dual-Use Items : DUI) ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจสินค้าไทยในเวทีโลกและนักลงทุนต่างชาติว่าไทยยืนอยู่ข้างสันติภาพของโลก

คุมนำเข้า “ข้าวโพดปลอดการเผา” ลดฝุ่นพิษ–ปกป้องสุขภาพคนไทยและหนุนการค้าเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม :

นายดวงอาทิตย์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จะกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะต้องมีหลักฐานเพื่อแสดงว่าสินค้าที่นำเข้ามาจากกระบวนการผลิตที่ “ปลอดการเผา” เพื่อลดการก่อฝุ่นพิษ PM 2.5 ข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และเพื่อสร้างมาตรฐานการค้าใหม่ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ในประเทศผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ต้องนำเข้าปีละกว่า 1.3 – 2 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่มีแหล่งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่หลายพื้นที่ยังใช้วิธีเผาไร่หลังเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ลอยข้ามมาไทย

โดย มาตรการใหม่จะกำหนดให้ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องขึ้นทะเบียนรายปีกับกรมฯ และในการนำเข้าจะต้องแสดงหลักฐานว่าสินค้ามาจากการผลิตแบบปลอดการเผาตามหลักฐานที่กำหนด โดยในช่วงแรกถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน (transitional period) ของผู้นำเข้าไทย โดยมีเป้าหมายจะเริ่มตั้งแต่ ม.ค. 2569 ไปจนกระทั่ง พ.ร.บ อากาศสะอาด และกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้ โดยจะให้ผู้นำเข้าสามารถรับรองตนเองได้ว่าสินค้านำเข้ามาจากแหล่งที่ไม่เผา หรือใช้เอกสารจากหน่วยงานรัฐของประเทศผู้ส่งออกหรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเป็นผู้รับรอง ก็ได้

พร้อมกับ จะต้องมีการบันทึกข้อมูลการเพาะปลูก และที่ตั้งแปลงปลูกของสินค้าที่นำเข้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแปลงเพาะปลูกในกรณีที่เกิดเหตุอันควรสงสัย ทั้งนี้ ในระยะที่สอง จะเริ่มภายหลังจาก พ.ร.บ อากาศสะอาด และกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้เป็นต้นไปแล้ว จะใช้มาตรการที่มีความเข้มงวดมากขึ้น อาทิ การนำเข้าจะต้องใช้ใบรับรองจากหน่วยงานที่ยอมรับของประเทศผู้ส่งออกเท่านั้น จะต้องมีแผนที่แปลงการเพาะปลูกมาประกอบด้วย เป็นต้น

นายดวงอาทิตย์ เพิ่มเติมว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ไทยใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมกับการนำเข้าสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นมาตรการที่ร่วมกันตกผลึกตั้งแต่ต้นปี 2568 ระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน เกษตรกร และนักลงทุนไทยในประเทศเพื่อนบ้าน โดยร่วมกันหาแนวทางที่มีประสิทธิภาพ ค่อยเป็นค่อยไป ตรวจสอบได้ ไม่เป็นอุปสรรคเกินไปต่อการค้าระหว่างประเทศ และบังคับใช้อย่างเท่าเทียมทั้งสินค้ามาจากต่างประเทศและในประเทศอันสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศทั้ง ASEAN และ WTO อย่างมีสมดุล

อย่างไรก็ดี มาตรการนี้ อยู่ระหว่างการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ควบคู่ไปพร้อมกับ แนวทางการป้องกันการขาดแคลนข้าวโพดเพื่อใช้ผลิตอาหารสัตว์ในกรณีที่การนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหา ที่กำหนดโดย คณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ) อาทิ การขยายโควตานำเข้าในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO)ในระดับที่เหมาะสม พร้อมลดภาษีลงเหลือ 0% เป็นต้น โดยที่ยังคงมาตรการป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเข้มงวดเช่นกัน เช่น มาตรการผู้นำเข้าต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือ ข้าวสาลีจากต่างประเทศ 1 ส่วน เป็นต้น

สินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์ โดยในปี 2567/2568 ไทยมีผลผลิตในประเทศ ต่อ ความต้องการใช้ อยู่ที่ 4.558 ล้านตัน : 8.436 ล้านต้น และในปี 2568/2569 อยู่ที่ 4.739 ล้านตัน : 9.201 ล้านตัน ทำให้มีการนำเข้าในปี 2567 และ 2568 (ม.ค. – มิ.ย.) อยู่ที่ 2.01 ล้านตัน และ 1.169 ล้านต้น ตามลำดับ โดยปี 2567 นำเข้าจาก เมียนมา (87%) ลาว (12.61%) กัมพูชา (0.39%)  ในขณะที่ ประเทศที่ส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล และ อาร์เจนตินา   

“Licensing” คุมเข้มสินค้าใช้ได้สองทาง DUI ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ ป้องกันการแพร่ขยายอาวุธ WMD :

นายดวงอาทิตย์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อีกหนึ่งมาตรการที่ผู้ส่งออกไทยต้องรับทราบและเตรียมความพร้อม คือ การบังคับใช้มาตรการออกใบอนุญาต (Licensing)สำหรับการส่งออกและการส่งกลับสินค้าที่สามารถนำไปใช้เพื่อเป็นสินค้าปกติและจะสามารถใช้เป็นส่วนประกอบอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD)หรือ สินค้าสองทาง (DUI)ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ (สินค้า DUI หมวด 0) เช่น เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อุปกรณ์แขนกล และยูเรเนียมธรรมชาติ เป็นต้น

โดยจะมี พิกัดศุลกากรที่เข้าข่ายต้องถูกควบคุมประมาณ 204 พิกัด (พิกัดระดับ 8 หลัก) ในการควบคุมตามมาตรการดังกล่าว ผู้ส่งออกต้องตรวจสอบว่าสินค้าของตนเป็น DUI หมวด 0 หรือไม่ ผ่านระบบ e-Classification ของกรมฯ ที่ www.etcwmd.dft.go.th หากพบว่าเป็น DUI จะต้องยื่นขออนุญาตผ่านระบบ e- DUI Licensing ที่กรมการค้าต่างประเทศพัฒนาขี้นมาโดยเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ส่งออก พร้อมแนบเอกสารประกอบ

เช่น หนังสือรับรองการใช้สุดท้าย และเอกสารการซื้อขายสินค้า ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะใช้ในการพิจารณาของกรมฯ คือ ผู้ซื้อและการใช้งานสุดท้ายของสินค้านั้นจะถูกใช้อย่างไร หรือ หลักการ KYC (Know Your Customer) นั่นเอง ทั้งนี้ ระบบ e-classification จะเริ่มเปิดระบบให้ผู้ประกอบการตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568  และผู้ประกอบสามารถยื่นขอใบอนุญาตผ่านระบบ e- DUI Licensing ได้ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. 2568

นายดวงอาทิตย์ ยังได้กล่าวตอนท้ายว่า กรมฯ จะขยายกรอบการควบคุมอย่างแน่นอน ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยจะทำเป็นระยะๆ ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และปรับตัวไปจนกระทั่งควบคุมครบทั้ง 10 หมวด ของสินค้า DUI โดยจะประเมินรายการสินค้าอีกครั้ง จากสถานการณ์ด้านการส่งออกของไทยควบคู่ไปกับสถานการณ์ด้านความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์  ทั้งนี้ กรมฯ ได้หารือเป็นระยะกับภาคเอกชนซึ่งได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการนี้อย่างเต็มที่ และกรมฯ จะจัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับมาตรการให้แก่ภาคเอกชนในวันที่ 24 ก.ย. 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์

โดยมาตรการนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้ข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) 1540 และ พ.ร.บ. การควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 โดยสินค้าที่เข้าข่ายเป็น สินค้า DUI ในหมวด 0 นี้ ไทยมีการส่งออกในปี 2567 เป็นมูลค่า 4.37 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ไต้หวัน จีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น

ก้าวสำคัญของไทยทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคง :

การเดินหน้าสองมาตรการใหม่ในปี 2569 เป็นก้าวสำคัญของไทยในสองมิติที่แตกต่างกัน แต่มีความเชื่อมโยงต่ออนาคตของประเทศ รวมถึง สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ เพราะมาตรการ “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา” เป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และยืนยันความเป็นผู้นำในการค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ขณะที่อีกด้าน มาตรการ “Licensing สินค้า DUI ” เป็นการยกระดับมาตรฐานความมั่นคง สร้างภาพลักษณ์ของไทยต่อประชาคมโลกในการป้องกันการแพร่ขยาย WMD.