หนุนเศรษฐกิจชุมชนต่อเนื่อง พาณิชย์ขึ้นทะเบียน GI ‘เนื้อสุรินทร์’ สร้างรายได้ให้จังหวัดกว่า 43 ลบ.

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “เนื้อสุรินทร์” ตัวล่าสุด อัตลักษณ์สินค้าเศรษฐกิจของจังหวัด สร้างรายเศรษฐกิจชุมชนปีละกว่า 43 ล้านบาท เดินหน้าจัดทำระบบควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ขยายช่องทางการตลาด สร้างความยั่งยืนในชุมชน

นางสาวนุสรา กาญจนกูล อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้สู่ชุมชน สนับสนุนสินค้าชุมชนที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดการรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้า GI เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ตลอดจนส่งเสริมการตลาดและขยายช่องทางการตลาดให้กับสินค้า GI เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ GI นำมาสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องในชุมชนอย่างยั่งยืน

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “เนื้อสุรินทร์” ซึ่งเป็นเนื้อโคขุนคุณภาพสูงเนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์มีความเหมาะสมต่อการปลูกหญ้าและปลูกข้าวซึ่งเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของโค สภาพอากาศที่เป็นอากาศแห้ง ความชื้นน้อย ทำให้โคเจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับเนื้อสุรินทร์เกิดจากโคเนื้อลูกผสมระหว่างวากิวแท้ 100% กับโคสายพันธุ์ลูกผสมในพื้นที่ ทำให้ได้โคเนื้อลูกผสมที่มีสายเลือดวากิวไม่น้อยกว่า 50% ผ่านกระบวนการเลี้ยง แปรสภาพ และตัดแต่งตามมาตรฐานสากลในจังหวัดสุรินทร์มีสีแดงอมชมพู ไขมันแทรกสวย ระดับคะแนน 3 ขึ้นไปตามมาตรฐานการตัดเกรดเนื้อโคของญี่ปุ่น เมื่อปรุงสุกจะได้รสชาติดี เนื้อนุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบ ปัจจุบันมีการผลิตกว่า 144,000 กิโลกรัมต่อปี สร้างมูลค่าการตลาดรวมกว่า 43 ล้านบาทต่อปี

นางสาวนุสรา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ “เนื้อสุรินทร์” ถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าเศรษฐกิจที่โดดเด่นของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีรากฐานมาจากวิถีการทำปศุสัตว์ที่ผูกพันกับชาวอีสานมายาวนาน เมื่อผสานเข้ากับระบบการควบคุมคุณภาพ และการส่งเสริมการตลาดอย่างจริงจัง โดยความร่วมมือของผู้ประกอบการและหน่วยงานในพื้นที่ ยิ่งทำให้ “เนื้อสุรินทร์” มีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นสินค้า GI สำคัญของจังหวัดได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

​​นอกจากนี้ นางสาวนุสรา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากการขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยังคงเดินหน้าส่งเสริมผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้าตามมาตรฐาน GI เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ซึ่งดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่น้องเกษตรกรผู้ผลิต “เนื้อสุรินทร์” ทุกท่าน จะร่วมกันบูรณาการการทำงานกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อควบคุมคุณภาพและรักษามาตรฐานของสินค้า อันจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “เนื้อสุรินทร์” อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมต่อไป”.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password