• พุธ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 21:53 น.

รัฐบาลนำเปิด 6 แนวทางยกขีดความสามารถด้านนวัตกรรม เปิดแผนเชิงรุก! IP Work Plan หวังหลุดบัญชี WL สหรัฐฯ

BREAKING NEWS ECONOMY HEADLINE NEWS

ประธานบอร์ดนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ “รองนายกฯพิชัย” นัดหารือร่วม 20 หน่วยงานรัฐ ถก! ก่อนเปิด “6 แนวทาง” ยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรม พร้อมเดินแผนเชิงรุกภายใต้ “IP Work Plan” มุ่งเป้าให้ไทยหลุดบัญชี WL ของสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมสำนักรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ร่วมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รมช.พาณิชย์ และดึง หน่วยงานภาครัฐกว่า 20 แห่ง ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนแผนพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาไทยในมิติต่างๆ เพื่อเสริมแกร่ง SMEs ดันเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และงานสร้างสรรค์

นายพิชัย เปิดเผยว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา” คือหนึ่งกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ เพราะนานาชาติต่างให้ความสำคัญกับการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากประเทศไทยมีระบบนิเวศด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ย่อมนำมาซึ่งการดึงดูดการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก

โดย ที่ประชุม คทป. ได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายด้านทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว มอบหมายกระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการทำงานและติดตามผล ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญที่จะดำเนินการเร่งด่วน คือการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของไทย ภายใต้กรอบดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII) และมี แนวทางขับเคลื่อน 6 ด้าน ได้แก่ 1) การใช้ประโยชน์งานวิจัยและการลงทุนด้านนวัตกรรม 2) การเพิ่มมูลค่านวัตกรรม ด้วยความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา 3) การพัฒนานวัตกรรมผ่านกลไกทางการเงินและตลาดทุน 4) การส่งเสริมการขยายผลและการใช้ประโยชน์นวัตกรรม 5) การพัฒนาวิสาหกิจฐานนวัตกรรมและกําลังคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และ 6) การบริหารจัดการข้อมูลนวัตกรรม

ด้าน นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจาก รมว.พาณิชย์ (นายจตุพร บุรุษพัฒน์) คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับ SMEs ไทย ภายใต้นโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ให้ภาคเอกชน ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการยิ่งขึ้น ทั้งนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาศักยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้ครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่ประชุมจึงเห็นชอบแผนพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2569 – 2570

โดยบูรณาการการทำงานเชิงรุกทั้งในด้านการพัฒนากฎหมาย ด้านการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ด้านการให้บริการภาครัฐ และด้านการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักรู้ของภาคประชาชน เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเหมาะสม ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้ ยังจะเป็นแนวทางในการดำเนินการเพื่อให้สหรัฐฯ พิจารณาถอดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษด้วย

“การประชุม คทป. ครั้งนี้ได้สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขัน การลงทุน และผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืนนายฉันทวิชญ์ กล่าวทิ้งท้าย.