• พฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2569 เวลา 15:03 น.

DITP ชี้เป้าส่งออก ‘อาหารพยาบาลผู้สูงอายุ’ ขายญี่ปุ่น ป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้น

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยผลสำรวจต “ลาดอาหารพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ” ในญี่ปุ่น ชี้! มีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ป้อนความต้องการของผู้สูงวัย รวมถึงผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เด็ก และผู้พิการ แนะผู้ผลิตไทยวางแผนผลิตเพื่อส่งออกไปขาย ย้ำ! ควรศึกษาแนวโน้มการเติบโต เพื่อนำมาใช้วางแผนผลิตและขายสินค้า

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้มอบนโยบายให้ “ทูตพาณิชย์” ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ ล่าสุด ได้รับรายงานจาก นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ถึงการสำรวจ ตลาดอาหารพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ และโอกาสในการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวเพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงการศึกษาแนวโน้มการเติบโตของตลาด และนำมาปรับใช้รองรับสังคมสูงวัยของไทยในอนาคต

โดย “ทูตพาณิชย์” ได้รายงานข้อมูลว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความต้องการอาหารการพยาบาลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานในโรงพยาบาลและสิ่งอำนวยความสะดวก ความสนใจจึงมุ่งเน้นไปที่อาหารที่ได้รับการแปรรูป เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นโภชนาการที่ปลอดภัยและมีคุณค่าเพียงพอ รวมถึงอาหารยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ที่มีปัญหาในการเคี้ยว หรืออาหารเฉพาะโรคสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เด็ก และผู้พิการ ทำให้ตลาดมีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันตลาดอาหารพยาบาลมีมูลค่าประมาณ 120,000 ล้านเยน

ทั้งนี้ สมาคมอาหารพยาบาลแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Care Food Conference) ได้รวบรวมสถิติการผลิต UDF (Universal Design Food) ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีการผลิตปริมาณ 72,000 ตัน เพิ่มขึ้น 5.2% มูลค่า 56,336 ล้านเยน เพิ่มขึ้น 10.0% โดย UDF แบ่งได้เป็น 4 ประเภท ตั้งแต่เคี้ยวง่าย ไปจนถึงไม่ต้องเคี้ยว และยังมีการแข่งขันการพัฒนาอาหารพยาบาล ล่าสุด เดือนมิถุนายน 2568 มีผู้สมัครแข่งขัน 148 ราย มีผลิตภัณฑ์ 36 รายการ ได้รับรางวัล อาทิ สารปรับปรุงเนื้อสัมผัสแบบผงที่ยับยั้งของเหลวแยกตัวออกมาจากเจลหรือของแข็งกึ่งเหลวเมื่อเวลาผ่านไป ช่วยลดความรู้สึกในปากและป้องกันการสูญเสียสารอาหารไปพร้อมกับการหยดของของเหลวในอาหาร และน้ำมันที่นิยมใช้ในอาหารเพื่อสุขภาพ เพียงแค่เติมลงในโจ๊กหรือซุปเพื่อเพิ่มพลังงาน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องการพลังงานเร็ว

.ส.สุนันทา กล่าวว่า จากการติดตามพบว่าปัจจุบันอาหารพยาบาลส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นและไม่มีแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ก็มีอาหารพยาบาลหลายยี่ห้อที่ผลิตในไทยแล้ว เช่น ปลาแช่แข็งปรุงสุก UDF ของ Maruha Nichiro “วัสดุใหม่นุ่ม” โดยรสชาติและกลิ่นยังคงเดิม และผลิตภัณฑ์จาก บริษัท ยามาได จำกัด ได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่น ให้เป็นอาหารสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ และมีการนำเข้าไก่และผักแช่แข็งจากไทย และอาหารไทยหลายชนิดที่ใช้ในสถานดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นโอกาสในการส่งออกของไทย หากสามารถตอบสนองความต้องการโดยละเอียด เช่น การถอดก้างปลาออก และการทำให้เนื้อนุ่มลง

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่ยังคงแข็งแรงและมีสุขภาพดี เริ่มสนใจอาหารต่างประเทศมากขึ้น นอกจากอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยมี สถานดูแลผู้สูงอายุหลายแห่ง พยายามสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุด้วยอาหาร เช่น การนำเสนออาหารนานาชาติ ซึ่งหากผู้ส่งออกไทยสามารถพัฒนาอาหารไทยให้เป็นอาหารสำหรับผู้สูงอายุได้ ก็จะมีโอกาสส่งออก ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วัยชรา โดยในปี 2565 มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 22.0% การรับรู้ถึงการวิจัย การพัฒนา และแนวโน้มของอาหารเพื่อการพยาบาลในญี่ปุ่น ทำให้ผู้ผลิตไทยเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งถึงความต้องการอาหารแปรรูปในอนาคตและนำมาวางแผนในการผลิตและการจำหน่ายได้

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169.