พลิกชีวิต! ผู้เช่าที่ราชพัสดุ

(ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ เปลี่ยนผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าถูกกฎหมาย ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวชุมพรกว่า 100 ครัวเรือน)
จากพื้นที่รองรับผู้ประสบภัยพายุไต้ฝุ่นเกย์เมื่อกว่า 30 ปีก่อน สู่ต้นแบบการแก้ปัญหาที่ราชพัสดุอย่างยั่งยืน กรมธนารักษ์เดินหน้าโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” เปลี่ยนผู้ครอบครองที่ดินของรัฐให้เป็นผู้เช่าถูกต้องตามกฎหมาย เปิดทางเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย

จากภัยพิบัติ…สู่โอกาสเริ่มต้นใหม่ :
เหตุการณ์พายุไต้ฝุ่น “เกย์” เมื่อปี 2532 สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับจังหวัดชุมพร ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จำนวนราว 200 ครัวเรือน ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน
ดังนั้น ทางราชการจึงนำพื้นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ชพ.521 เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งโรงเรียนบ้านปากคลองที่ยุบเลิกแล้ว มาใช้รองรับผู้ประสบภัยเพื่ออยู่อาศัยและประกอบอาชีพ
แม้ประชาชนจะเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา การครอบครองยังไม่ได้รับการจัดระเบียบตามกฎหมาย ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสิทธิขั้นพื้นฐานหลายด้าน
เปลี่ยนผู้บุกรุก…เป็นผู้เช่าถูกกฎหมาย :

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ภายใต้โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” กรมธนารักษ์ได้เร่งสำรวจ รังวัด และรับรองสิทธิผู้ครอบครองที่ไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ โดยจัดทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุอย่างถูกต้องตามระเบียบ เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐควบคู่กับการสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน
ปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวมีผู้ได้รับสิทธิการเช่ารวม 116 ราย แบ่งเป็นสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัย 108 ราย และสัญญาเช่าเพื่อการเกษตร 8 ราย ขณะที่พื้นที่ส่วนหนึ่งยังคงใช้ประโยชน์เป็นศาลาประชาคม ถนนสาธารณะ และสระน้ำของชุมชน
มากกว่าสัญญาเช่า คือโอกาสในชีวิต :
อธิบดีกรมธนารักษ์ ย้ำว่า แนวคิดของโครงการไม่ได้มุ่งเพียงจัดระเบียบการใช้ที่ราชพัสดุ แต่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เมื่อมีสถานะเป็นผู้เช่าถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถขอเลขที่บ้าน ขอใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา รวมถึงใช้สิทธิเป็นหลักฐานประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงให้ครัวเรือนและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์ยังใช้หลักการกำหนด อัตราค่าเช่าในระดับที่เหมาะสม (Social Rate) เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยการพิจารณาปรับอัตราค่าเช่าในอนาคตจะคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระของผู้เช่าเป็นสำคัญ
ต้นแบบการบริหารที่ราชพัสดุเพื่อสังคม :

นายอัครุตม์ ย้ำว่า การลงพื้นที่จังหวัดชุมพรครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” เท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทใหม่ของกรมธนารักษ์ ที่มุ่งบริหารทรัพย์สินของรัฐควบคู่กับการสร้างประโยชน์ทางสังคม ภายใต้นโยบาย “สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร” และ วิสัยทัศน์การเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
ก้าวต่อไปของโครงการ “เอื้อราษฎร์” :
กรณีของชุมพรจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาผู้ครอบครองที่ราชพัสดุในพื้นที่หนึ่งเท่านั้น หากยังเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนความขัดแย้งด้านสิทธิในที่ดินให้กลายเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชน ผ่านระบบการเช่าที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้รัฐ แต่ยังคืนความมั่นคงในการอยู่อาศัย สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม!!!.








