• ศุกร์ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 13:22 น.

พาณิชย์ดันสินค้า GI ไทย สู่จานมิชลิน

BREAKING NEWS BUSINESS

ปลัดพาณิขย์ นำอินฟลูเอนเซอร์สัมผัสเมนูพิเศษจากวัตถุดิบ GI ไทย ฝีมือเชฟมิชลิน 1 ดาว ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่นสร้างมูลค่าเพิ่ม เดินหน้าเชื่อมร้านอาหารชั้นนำกับชุมชนผู้ผลิต เปิดตลาดพรีเมียม หวังยกระดับสินค้า GI ไทย 269 รายการ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกิจกรรม “GI Journey: Thailand on a Michelin Plate เสน่ห์แห่งวัตถุดิบไทย…ผ่านจานระดับมิชลิน” ณ ร้าน Akkee (อัคคี) จังหวัดนนทบุรี ร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาว โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และอินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารร่วมสัมผัสประสบการณ์อาหารไทยร่วมสมัยระดับ Fine Dining ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทย เพื่อเปิดมุมมองใหม่และสะท้อนศักยภาพสินค้า GI ที่สามารถต่อยอดได้ไกลในตลาดอาหารระดับพรีเมียม

นายพูนพงษ์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและเสริมขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME และชุมชนท้องถิ่น โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศบูรณาการการทำงานอย่างจริงจังให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้า GI ไทย ให้สามารถแข่งขันและเข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพได้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI 269 รายการ ในจำนวนนี้เป็นสินค้าในกลุ่มอาหารกว่า 219 รายการ หรือคิดเป็น 81% ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด ซึ่งสินค้าเหล่านี้ล้วนมีจุดเด่นทั้งด้านคุณภาพ อัตลักษณ์ความแตกต่าง และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิต การนำวัตถุดิบ GI มาต่อยอดในอุตสาหกรรมอาหาร จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้า GI ไทยได้อย่างแท้จริง

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้จัดกิจกรรม GI Journey: Thailand on a Michelin Plate ภายใต้โครงการยกระดับสินค้า GI ไทยสู่ร้านอาหารระดับ Fine Dining และร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเชื่อมโยงสินค้า GI เข้ากับภาคธุรกิจ โดยสานต่อความร่วมมือกับร้านอาหารและเชฟชั้นนำ นำวัตถุดิบ GI ไทยมาสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษประจำร้าน พร้อมเปิดพื้นที่ให้อินฟลูเอนเซอร์ กูรูด้านอาหาร และคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของสินค้า GI และถ่ายทอดประสบการณ์และเรื่องราวของสินค้าสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง เพื่อสร้างการรับรู้สินค้า GI ในมิติที่หลากหลาย และส่งเสริมการนำวัตถุดิบท้องถิ่นไปต่อยอดในธุรกิจอาหาร

สำหรับร้าน Akkee เป็นร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่ได้รับรางวัลมิชลิน 1 ดาว ใน Michelin Guide Thailand 2026 ภายใต้การนำของเชฟอู๋ สิทธิกร จันทป เชฟรุ่นใหม่ผู้คว้ารางวัล MICHELIN Young Chef Award Presented by Blancpain ประจำปี 2025 โดยเชฟได้ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักตามฤดูกาล นำมาผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอคุณค่าของวัตถุดิบผ่านเมนูอาหารไทยร่วมสมัย พร้อมผลักดันผลผลิตจากชุมชนสู่ตลาดอาหารระดับพรีเมียม

ในกิจกรรมครั้งนี้ เชฟอู๋ได้นำวัตถุดิบ GI ไทยจากหลายภูมิภาคมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษระดับ Fine Dining ที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารไทยในมิติใหม่ โดยเลือกใช้วัตถุดิบ GI อาทิ สับปะรดศรีราชา (ชลบุรี) ในเมนูสับปะรด มันกุ้งปักษ์ใต้ ขมิ้นชันสุราษฎร์ธานี ในเมนูปลาดุกทะเลฆอและ กุ้งก้ามกรามบางแพ (ราชบุรี) ในเมนูเมี่ยงบูดู กุ้งบางแพย่าง กระเทียมศรีสะเกษ ในเมนูน้ำพริกลงเรือเจ้าจอมสดับ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา ในเมนูแกงคั่วปลากระพงสามน้ำใบยี่หร่า เนื้อโคขุนโพนยางคำสกลนคร ในเมนูเนื้อหางตะเข้ย่างกับแจ่วพริกสด ร่วมด้วย ข้าวหอมใบเตยนครสวรรค์ และของหวาน มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) ในเมนูมังคุดเขาคีรีวงน้ำปลาหวาน รวมทั้ง ทุเรียนหมอนทองระยอง และข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ในเมนูข้าวเหนียวทุเรียนกับขนมดอกจิก พร้อมกันนี้ เชฟยังถ่ายทอดเรื่องราวของวัตถุดิบและแนวคิดในการทำอาหารแต่ละเมนู เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสทั้งรสชาติ คุณภาพ และคุณค่าความสำเร็จที่อยู่เบื้องหลังสินค้า GI ไทย

การยกระดับวัตถุดิบ GI ไทยสู่จานอาหารระดับพรีเมียม สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างหลากหลาย โดยอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดสินค้า GI ไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปหรือสินค้ารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาแหล่งผลิตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งแนวทางเหล่านี้นอกจากจะสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับเกษตรกรและชุมชนผู้ผลิตแล้ว ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของท้องถิ่น สอดคล้องกับแนวทางการทำงานการส่งเสริมสินค้า GI ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนให้มีรายการสินค้า GI เพิ่มมากขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ GI ควรต้องมียอดขายเพิ่มมากขึ้น และสินค้าต้องมีมูลค่าที่สูงขึ้นด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันสินค้า GI ไทยให้เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป นายพูนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย.