(เจาะงบ 5 แบงก์ใหญ่ Q3/69 ชี้! ดบ.ขาลง – ตลาดเงินผันผวนกดรายได้ จับตาคุณภาพกำไรและทางรอดลูกหนี้)
เผยผลประกอบการ 5 ธนาคารใหญ่ กำไรไตรมาส 3 ลดลงจากปีก่อนทุกแห่ง ผู้บริหารสะท้อนภาพตรงกัน เศรษฐกิจฟื้นกระจุกตัวใน “ธุรกิจใหญ่ – เทคโนโลยี” ขณะที่ภาคครัวเรือนและเอสเอ็มอียังเปราะบาง ถอดโครงสร้างรายได้–รายการพิเศษ–การตั้งสำรอง วัดความแข็งแรงของแบงก์ไทย ก่อนเผชิญบททดสอบปลายปี
ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของ 5 แบงก์ใหญ่ ประกอบด้วย…ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กสิกรไทย กรุงศรีอยุธยา และกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ บริษัทแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ส่งสัญญาณที่ต้องอ่านให้ลึกกว่าตัวเลขกำไร เมื่อทั้ง 5 แห่งยังทำกำไรระดับหลายพันถึงหลักหมื่นล้านบาท แต่กำไรเฉพาะไตรมาสลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งหมด
ธนาคารกสิกรไทย มีกำไรสูงสุดในกลุ่มนี้ 12,720 ล้านบาท ลดลง 2.2% ตามด้วย ธนาคารกรุงไทย 12,582 ล้านบาท ลดลง 13.9% เอสซีบีเอกซ์ 10,677 ล้านบาท ลดลง 11.4% ธนาคารกรุงเทพ 9,489 ล้านบาท ลดลง 31.2% และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 8,660 ล้านบาท ลดลง 1.4%
สะท้อนแรงกดดันที่แตกต่างกัน ทั้งรายได้ดอกเบี้ย ผลตอบแทนเงินลงทุน และฐานกำไรปีก่อน
คำถามจึงอยู่ที่ว่า…ธนาคารแต่ละแห่งรักษากำไรด้วยธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่องได้มากเพียงใด? และความสามารถทำกำไรนั้น เชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของลูกค้าในวงกว้างแค่ไหน?
ดอกเบี้ยลด! รายได้หลักถูกบีบ :
ธนาคารกรุงเทพเป็นตัวอย่างชัดของแรงกดดันด้านรายได้ โดยกำไรสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 29,981 ล้านบาท ลดลงประมาณ 21.6% จากปีก่อน ธนาคารอธิบายว่า…ปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวและบรรเทาต้นทุนทางการเงินของลูกค้า ขณะที่กำไรสุทธิจากเงินลงทุนลดลงด้วย แม้ค่าธรรมเนียมประกัน กองทุนรวม และธุรกิจหลักทรัพย์ช่วยหนุนรายได้บางส่วน
ในเชิงวิเคราะห์ ดอกเบี้ยขาลงจึงมีผล 2 ด้าน ลูกหนี้บางส่วนได้รับประโยชน์จากภาระดอกเบี้ยที่เบาลง ขณะที่ ธนาคารต้องบริหารต้นทุนเงินฝาก เพิ่มรายได้บริการ และขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวัง เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป
อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงเพียงตัวเดียว ยังไม่เพียงพอจะชี้ว่าฐานะธนาคารอ่อนแอ ต้องพิจารณาควบคู่กับคุณภาพสินเชื่อ เงินสำรอง และความสามารถสร้างรายได้ประจำด้วย
กรุงไทยชี้! ฟื้นตัวกระจุกตัว :
ธนาคารกรุงไทยมีกำไรไตรมาส 3 ลดลงจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3.8% จากไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวระหว่างปี ขณะที่ กำไรสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 37,145 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 13.0% โดยมีรายได้ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ตลาดเงินตลาดทุน และการบริหารค่าใช้จ่ายช่วยพยุงผลประกอบการ
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และศูนย์ข้อมูลเป็นกลุ่มที่เติบโต แต่ผลบวกส่งผ่านสู่การผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศได้จำกัด ขณะที่เอสเอ็มอียังเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัว รวมถึงความเสี่ยงจากอุทกภัย
แม้สินเชื่อของธนาคารกรุงไทยเติบโต 10% จากปีก่อน ธนาคารยังรักษาอัตราหนี้เสียไว้ที่ 2.93% และเงินสำรองต่อหนี้เสีย 205.3% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทั้งโอกาสขยายธุรกิจและความจำเป็นต้องเตรียมรับความเสี่ยงของลูกหนี้ควบคู่กัน
กสิกรไทย! กำไรโตต้องอ่านรายการพิเศษ :
ธนาคารกสิกรไทยมีกำไรสะสม 9 เดือน 40,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.43% แต่ธนาคารระบุว่า…หากไม่รวมรายได้ค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นครั้งเดียว กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 39,311 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน ประเด็นนี้ทำให้การประเมินกำไรต้องแยกผลจากการดำเนินงานต่อเนื่องออกจากรายการเฉพาะงวด
โครงสร้างรายได้ยังเห็นการเปลี่ยนแปลงชัด รายได้ดอกเบี้ยสุทธิงวด 9 เดือนลดลง 8.87% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 21.51% จากบริการบริหารความมั่งคั่ง การจัดการกองทุน การลงทุน และประกันภัย
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย มองว่า มาตรการภาครัฐช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวยังไม่กระจายทั่วถึง ภาคท่องเที่ยวยังฟื้นไม่เต็มที่ และครัวเรือนติดข้อจำกัดจากค่าครองชีพกับภาระหนี้สูง ส่วนมาตรการกระตุ้นปลายปีอาจช่วยพยุงกิจกรรมได้บางส่วน ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความเสี่ยงเพิ่มเติมจากน้ำท่วม
นัยสำคัญคือ รายได้บริการช่วยกระจายความเสี่ยงของธนาคารได้ แต่รายได้ที่เชื่อมโยงกับตลาดทุนและการลงทุนก็มีความผันผวน การเติบโตของกำไรรวมจึงต้องตรวจสอบคุณภาพและความต่อเนื่องไปพร้อมกัน
เอสซีบีเอกซ์! ตลาดผันผวนกระทบงบ :
เอสซีบีเอกซ์มีกำไรไตรมาส 3 จำนวน 10,677 ล้านบาท ลดลง 4.0% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรสะสม 9 เดือน 31,989 ล้านบาท ลดลง 14.3% จากปีก่อน โดย “แรงกดดันสำคัญ” ในไตรมาสนี้ มาจากผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารหนี้ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอสซีบีเอกซ์ สะท้อนว่า…ความผันผวนกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ธุรกิจต้องเผชิญต่อเนื่อง ขณะที่ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกระจุกในภาคส่งออกเทคโนโลยีและธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่มจึงเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพิ่มรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และบริหารสินทรัพย์เชิงรุก
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ต้องแยกขอบเขตให้ชัด อัตราหนี้เสียของธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ที่ 2.95% ส่วนระดับกลุ่มอยู่ที่ 3.21% โดยได้รับผลจากการปรับพอร์ตของ AutoX ด้วย การใช้ตัวเลขระดับกลุ่มแทนธนาคารโดยตรงจึงอาจทำให้ตีความคลาดเคลื่อน
กรุงศรี! ธุรกิจใหญ่–อาเซียนพยุง :
ด้าน ธนาคารกรุงศรีอยุธยามีกำไรไตรมาส 3 ลดลง 1.4% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9%
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า…ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมในประเทศ ขณะที่เครือข่ายอาเซียนช่วยสนับสนุนการเติบโต โดยสินเชื่อสองกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 6.5% และ 7.7% ตามลำดับ จากสิ้นปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% เพราะถูกลดทอนจากการหดตัวของสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อยในประเทศ ภาพนี้ทำให้เห็นช่องว่างระหว่างกลุ่มธุรกิจที่เดินหน้าลงทุนกับลูกค้าบางส่วนที่ยังฟื้นตัวจำกัด โดย นายเคนอิจิ ยังประเมินว่า…กำลังซื้อครัวเรือนที่เปราะบาง อุทกภัย และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก อาจชะลอการฟื้นตัวในระยะข้างหน้า
วัดกำไรแบงก์! ต้องวัดแรงฟื้นลูกหนี้ :
เมื่ออ่านงบประกอบกับมุมมองผู้บริหาร “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เห็นจุดร่วมว่า…ธนาคารใหญ่ยังมีเครื่องมือรักษาผลประกอบการ ทั้งรายได้บริการ การควบคุมต้นทุน การบริหารเงินลงทุน และการจัดการหนี้ แต่เครื่องมือเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนการฟื้นตัวของรายได้ลูกค้าได้ตลอดไป
บททดสอบปลายปี จึงอยู่ที่ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.รายได้ประจำจะชดเชยแรงกดดันจากดอกเบี้ยได้เพียงใด 3.ลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้จะกลับมาชำระได้ต่อเนื่องแค่ไหน และ 3.สินเชื่อใหม่จะสร้างรายได้ให้ธุรกิจที่มีศักยภาพได้จริงหรือไม่?
กำไรของธนาคารพาณิชย์บอกความสามารถบริหารธุรกิจ ส่วนรายได้และความสามารถชำระหนี้ของลูกค้า จะบอกว่า…การฟื้นตัวนั้นไปได้ไกลเพียงใด?
ดังนั้น งบไตรมาส 3 จึงเป็นทั้งผลสอบของทั้ง “5 แบงก์ใหญ่” และสัญญาณให้ติดตามฐานเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด!!!.

