• อังคาร 8 กันยายน 2569 เวลา 16:26 น.

ดีพร้อมเร่ง ‘Rebuild SMEs’ ฟื้นธุรกิจ 800 กิจการ

BREAKING NEWS BUSINESS

DIPROM ผนึก สสว. เดินหน้า “Rebuild SMEs” วางระบบฟื้นฟูครบวงจร ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ-ภัยพิบัติ
ส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ เสริมแกร่ง 8 ด้าน ดัน 800 กิจการปรับตัวแข่งขันและเติบโตยั่งยืน

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่ SMEs ไทย ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่ในภาวะเปราะบางทั้งด้านสภาพคล่อง การผลิต การตลาด และความสามารถในการแข่งขัน โดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เร่งดำเนิน “โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจในปัจจุบัน ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

โดย “ดีพร้อม” ได้ออกแบบ “โครงการ Rebuild SMEs” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้แนวทาง “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ที่มุ่งบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานเชิงรุกในการลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าถึงปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย ด้วยกระบวนการช่วยเหลือใน “ระบบฟื้นฟูธุรกิจแบบครบวงจร” ครอบคลุม 3 ระยะ คือ

1) การวินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึก เพื่อประเมินระดับผลกระทบ ปัญหา และความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละด้าน ทั้งการผลิต การเงิน การตลาด และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ 2) การให้คำปรึกษาเชิงลึก ณ สถานประกอบการ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้าไปร่วมวางแผนฟื้นฟูและปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน พัฒนากระบวนการบริหารจัดการ ตลอดจนสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่ ให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยในระยะยาว และ 3) การสร้างโอกาสทางการตลาดและการเชื่อมโยงธุรกิจ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงคู่ค้าใหม่ เครือข่ายธุรกิจ และช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน

ในช่วงต้นของการดำเนินงานโครงการฯ ได้มีการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ประกอบการในด้านการบริหารจัดการ วางแผนการตลาดเชิงรุก และการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ รวมทั้งการสร้างนักวินิจฉัยทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีพร้อมและผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้เฉพาะด้านเพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดส่งทีมนักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านการวินิจฉัยปัญหา และให้คำปรึกษาเบื้องต้นไปจนถึงเชิงลึกด้านการปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักรและกระบวนการผลิต เพื่อให้ธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างรวดเร็ว

รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ทั่วประเทศ ให้มีความสามารถในการปรับตัวและการแข่งขันได้ ด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำสำหรับธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะสั้นให้มีแผนพัฒนา และฟื้นฟูธุรกิจที่ชัดเจนและสามารถต่อยอด ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่ง SMEs ที่มีศักยภาพสูงด้วยการให้คำปรึกษาและวางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งครอบคลุม 8 ด้านสำคัญของธุรกิจ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารจัดการ การตลาด การเงิน การพัฒนาบุคลากร มาตรฐาน การพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายการดำเนินการจำนวน 800 กิจการ

“การฟื้นฟู SMEs ไม่ใช่เพียงการช่วยให้ธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง แต่ต้องช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจใหม่ โครงการ Rebuild SMEs จึงไม่ใช่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นวิกฤตในระยะสั้น แต่เป็นการเข้าไปฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี เครือข่ายธุรกิจ และศักยภาพในการปรับตัว เพื่อช่วยวางรากฐานความเข้มแข็งให้ SMEs ไทย สามารถปรับตัว สร้างมูลค่าใหม่ แข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวณัฏฐิญา กล่าว.