• อังคาร 1 กันยายน 2569 เวลา 12:16 น.

พาณิชย์ดัน ‘Resale Right’ เปิดทางศิลปินรับส่วนแบ่งขายต่อ

BREAKING NEWS BUSINESS

กรมทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดความสำเร็จ “ART UNIVERSE” สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 90 ล้านบาท เร่งศึกษากลไก Artist’s Resale Right เปิดทางศิลปินและทายาทรับส่วนแบ่งทุกครั้งที่ผลงานถูกขายต่อ หวังยกระดับสิทธิศิลปินไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างโอกาส “รายได้ข้ามแดน”

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจัดงาน ART UNIVERSE : จักรวาลแห่งการสร้างสรรค์ด้วยศิลป์ เมื่อวันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 90 ล้านบาท โดยเฉพาะกิจกรรมไฮไลต์สำคัญอย่างการประมูลผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าของศิลปินระดับบรมครูและศิลปินไทยรุ่นใหม่มาแรง รวม 12 ชิ้น ที่ได้รับความสนใจจากนักสะสมและผู้รักงานศิลปะเป็นอย่างมาก สามารถสร้างมูลค่าจากการประมูลรวม 5,045,000 บาท สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินไทยและตลาดศิลปะในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

​​นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากกิจกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว งาน ART UNIVERSE ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมศิลปะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการคุ้มครองสิทธิของศิลปิน โดยกรมฯ ได้จัดเสวนาพิเศษหัวข้อ “เมื่อศิลปะเปลี่ยนมือ…แต่คนสร้างสรรค์ยังได้ไปต่อ: พลิกโฉมศิลปะไทยด้วย Resale Right” เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปิน นักสะสม และผู้ประกอบการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและข้อท้าทายของการนำกลไก “สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งจากการขายต่อ” (Artist’s Resale Right: ARR) มาปรับใช้ในประเทศไทย

โดยผลงานที่ทำราคาประมูลสูงสุด 5 อันดับแรก ในงาน ART UNIVERSE ได้แก่ 1) ผลงาน “หมูป่า” โดยอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี 1,260,000 บาท 2) ผลงาน “SOME MOMENTS ARE BEST SHARED OFFLINE” โดย SUNTUR 850,000 บาท 3) ผลงาน “Green(dog) conversation” โดย KARMS 725,000 บาท 4) ผลงาน “ร้องส่งซอสามสาย” โดยอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต 700,000 บาท และ 5) ผลงาน “Crybaby The White Head” โดย MOLLY 250,000 บาท ทั้งนี้ ศิลปินเจ้าของผลงานได้ร่วมกันบริจาครายได้จากการประมูลจำนวน 650,000 บาท มอบให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ด้อยโอกาส และประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน

​ทั้งนี้ โดยทั่วไปเมื่อศิลปินขายผลงานของตนเองออกไปแล้ว สิทธิในการควบคุมการขายในครั้งต่อไปจะหมดลง ซึ่งหมายความว่าหากในอนาคตผลงานชิ้นนั้นถูกนำไปซื้อขายเปลี่ยนมือในราคาสูงขึ้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์มักเป็นนักสะสมหรือผู้เก็งกำไร ในขณะที่ศิลปินผู้สร้างสรรค์จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในภายหลัง แต่สำหรับกลไก ARR จะเป็นแนวทางที่เปิดโอกาสให้ศิลปินและทายาทได้รับส่วนแบ่งจากการขายต่อผลงานศิลปะตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในทุกๆ ครั้งที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ ซึ่งจะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ยังคงได้รับประโยชน์จากมูลค่าของผลงานที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลาและการยอมรับของตลาด

ปัจจุบันมีกว่า 100 ประเทศทั่วโลกที่บังคับใช้ ARR และสามารถสร้างยอดจัดเก็บสิทธิดังกล่าวรวมสูงถึง 50 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งประเทศที่ประสบความสำเร็จในการนำระบบ ARR มาใช้ เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย ทั้งนี้ ตลาดศิลปะของประเทศไทยกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องและเป็นที่จับตามองของต่างประเทศ โดยรายงาน Art Basel ปี 2025 ได้ยกให้กรุงเทพฯ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดศิลปะที่เติบโตเร็วที่สุด จึงเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการเร่งพัฒนากลไกทางกฎหมายให้เท่าทันต่อการเติบโตของตลาด

นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า การศึกษาแนวทาง ARR เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการยกระดับการคุ้มครองสิทธิของศิลปิน และอาจเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้รับประโยชน์จากผลงานเมื่อมีการขายต่อในต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้าง “รายได้ข้ามแดน” ให้แก่ผู้สร้างสรรค์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศทางศิลปะที่คำนึงถึงคุณค่าของศิลปินตั้งแต่การสร้างสรรค์ การซื้อขาย การเพิ่มมูลค่า ไปจนถึงการส่งต่อคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมในระยะยาว ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะนำข้อมูลและเสียงสะท้อนจากผู้เกี่ยวข้องจากงาน ART UNIVERSE รวมถึงประสบการณ์ของต่างประเทศ มาประกอบการศึกษาแนวทางและกลไกทางกฎหมาย ตลอดจนประเมินประโยชน์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการนำ ARR มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยต่อไป.