กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วางเส้นทาง “พัฒนา–เชื่อมโยง–เปิดตลาด” ยกระดับ SMEs ตั้งแต่สินค้า แบรนด์ มาตรฐาน ไปจนถึง AI และดิจิทัล พร้อมเชื่อมผู้ซื้อ–ผู้นำเข้า–Supply Chain ทั่วโลก ตั้งเป้าปี 2569 พัฒนาผู้ประกอบการกว่า 14,200 ราย ผ่านกว่า 119 หลักสูตร เสริมช่องทาง THAITRADE.COM–TOPTHAI Store ดันธุรกิจไทยโตจากตลาดในประเทศสู่เวทีสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพ การเพิ่มมูลค่าสินค้า และการสร้างช่องทางตลาดใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโอกาสทางการค้าได้หลากหลายมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหรือช่องทางจำหน่ายเพียงช่องทางเดียว
DITP จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการในลักษณะ “เส้นทางการเติบโตสู่ตลาดโลก” ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้การค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การยกระดับมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ ตลอดจนการนำเทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง SMEs ไทยเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจและ Supply Chain ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า การจัดคณะผู้แทนการค้า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ รวมถึงการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของสินค้าไทยให้เกิดเป็นโอกาสทางการค้าที่เป็นรูปธรรมอีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการขยายช่องทางตลาดผ่าน E-Commerce และแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในต่างประเทศได้รวดเร็วขึ้น ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และต้นทุนในการเข้าสู่ตลาด โดย DITP มีช่องทางสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์มการค้าระหว่างประเทศ อาทิ THAITRADE.COM และ TOPTHAI Store ควบคู่กับการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาทักษะด้าน Digital Marketing และการค้าออนไลน์ เพื่อสร้างตลาดและฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มีความพร้อมในการส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเน้นการ “เตรียมความพร้อมก่อนเปิดตลาด” ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็น โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ซึ่งในปี 2569 มีเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการกว่า 14,200 ราย ผ่านหลักสูตรมากกว่า 119 หลักสูตร ก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่เครื่องมือส่งเสริมตลาดที่เหมาะสมกับระดับศักยภาพของแต่ละราย ตั้งแต่ช่องทางออนไลน์ การจับคู่ธุรกิจ ไปจนถึงการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
นอกจากนี้ เครือข่าย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ยังเป็นกลไกสำคัญในการติดตามสถานการณ์และแนวโน้มตลาด สำรวจความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนค้นหาโอกาสทางธุรกิจและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อและผู้นำเข้าในตลาดเป้าหมาย ทำให้การผลักดันสินค้าไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
“เป้าหมายของ DITP ไม่ได้หยุดอยู่ที่การนำสินค้าไทยไปจำหน่ายในต่างประเทศ แต่คือการสร้างผู้ประกอบการที่มีความพร้อม เข้าใจตลาด สามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และเข้าถึงเครือข่ายการค้าได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ SMEs ไทยสามารถเติบโตจากตลาดในประเทศ เชื่อมต่อสู่ Supply Chain และก้าวเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง”
อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเดินหน้าบูรณาการเครื่องมือด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ การตลาด และเครือข่ายการค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทาง “พัฒนา–เชื่อมโยง–เปิดตลาด” เพื่อสร้างทางเลือกทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย กระจายโอกาสไปยังตลาดที่มีศักยภาพ และเปลี่ยนจุดแข็งของสินค้าและบริการไทยให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมผลักดัน SMEs ไทยให้เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศอย่างยั่งยืน.

