EXIM BANK ดัน ‘SMEs ไทย’ เจาะตลาด ‘ฮาลาลโลก’

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าฯ ผนึกพันธมิตร “ITAP – ibank – วว.” ยกระดับ! สินค้าและบรรจุภัณฑ์ พร้อมเปิดเวทีทดสอบตลาด พ่วงคัดเลือกบริษัทในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล เข้าร่วมแสดงสินค้าเพื่อทดสอบตลาด ดัน “จับคู่ธุรกิจ” กับผู้ซื้อกว่า 40 ประเทศ เกิดการเจรจารวม 198 คู่ หวังสร้างผู้ส่งออกรุ่นใหม่ รับตลาดฮาลาลโลกโตแตะ 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ฯ

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ร่วมกับโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการ Halal Bridge Program 2026 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพให้สามารถขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดย บูรณาการองค์ความรู้ด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การรับรองมาตรฐาน การสร้างแบรนด์ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจตลอดห่วงโซ่การส่งออก
โดย ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 12 บริษัทในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและดำเนินกิจกรรม Global Market Research ภายในงาน Grand Halal Bangkok 2026 ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) ร่วมกับ บริษัท เวิลด์เด็กซ์ จี.อี.ซี. จำกัด และ เพิ่งปิดฉากลงเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อทดสอบตลาด ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค รับฟังความคิดเห็นจากผู้ซื้อ และประเมินศักยภาพของผลิตภัณฑ์ก่อนขยายสู่ตลาดส่งออก ควบคู่กับ กิจกรรม Business Matching กับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และนักธุรกิจจากทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการเจรจาธุรกิจ 198 คู่เจรจา สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อจากต่างประเทศต่อสินค้าฮาลาลไทย
นายชลัช กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3.2 ล้านราย แต่มีผู้ส่งออกเพียงประมาณ 23,000 ราย หรือไม่ถึง 1% ของ SMEs ทั้งประเทศ ขณะที่ตลาดฮาลาลโลกยังมีศักยภาพเติบโตสูง จากจำนวนประชากรมุสลิมกว่า 2,000 ล้านคน หรือประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรโลก

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก State of the Global Islamic Economy Report 2025/2026 ระบุว่า มูลค่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคมุสลิมทั่วโลกอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่า จะเพิ่มเป็น 3.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572 โดยตลาดอาหารฮาลาลมีมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และมีแนวโน้มขยายตัวเป็น 2.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2572 สะท้อนโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยในการขยายสู่ตลาดฮาลาล ซึ่งไม่จำกัดเพียงประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) จำนวน 57 ประเทศ แต่ยังรวมถึงผู้บริโภคมุสลิมและตลาดฮาลาลขนาดใหญ่อื่น ๆ ทั่วโลก เช่น จีน สหรัฐฯ ยุโรป และอินเดีย
ตลอดระยะเวลา 4 เดือนของการดำเนินโครงการ Halal Bridge Program 2026 สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 60 บริษัท การสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออก 30 บริษัท การสนับสนุนการจัดทำ Global Market Research และนำผู้ประกอบการร่วมออกบูทในงาน Grand Halal Bangkok 2026 จำนวน 12 บริษัท จนนำไปสู่การเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อจากกว่า 40 ประเทศ รวม 198 คู่เจรจา
นอกเหนือจาก การพัฒนาองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายธุรกิจ EXIM BANK ยังสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยบริการให้คำปรึกษาด้านการเงิน การบริหารความเสี่ยง และการขยายตลาดส่งออก พร้อมโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ SMEs เพื่อเสริมสภาพคล่องและบริหารความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ
“ภายใต้บทบาท Export Co-Pilot EXIM BANK จะเดินหน้าสร้างผู้ส่งออกรุ่นใหม่ พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม แหล่งเงินทุน และเครือข่ายธุรกิจ เพื่อสร้างสะพานแห่งโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะ สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยและได้มาตรฐานสากล อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของประชากรโลกอย่างยั่งยืน” นายชลัช กล่าว.






