สมอ. คุมเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม บังคับใช้ปี 67

บอร์ด สมอ. มีมติเห็นชอบให้เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม เป็นสินค้าควบคุม คาดมีผลบังคับใช้ปี 67 ผู้ทำและผู้นำเข้าต้องได้รับอนุญาตจาก สมอ. ก่อนป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และก่อสร้าง

นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยว่าการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาว่า บอร์ดมีมติให้ สมอ. ควบคุมเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม ต้องมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2981-2562 และ มอก. 3059-2563 เพื่อความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งอุตสาหกรรมการก่อสร้างต่างๆ โดยจะมีผลบังคับใช้ในปี 2567

พร้อมทั้งเห็นชอบมาตรฐานอื่น ๆ อีก 6 มาตรฐาน เช่น เครื่องจักรผสมวัตถุระเบิดแอนโฟสำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรม เมตาดาตาสำหรับข้อมูลเมืองอัจฉริยะ มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับผลิตภัณฑ์และระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ สมอ. ทำมาตรฐานเพิ่มในปี 2566 อีก 3 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานเต้าเสียบและเต้ารับที่มีช่อง USB มาตรฐานกระบวนการทดสอบยานยนต์ขนาดเล็ก และมาตรฐานกรวยจราจรน้ำยางข้น รวมเป็นแผนทั้งสิ้น 656 มาตรฐาน

นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีปริมาณการนำเข้าเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียมและแมกนีเซียมเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะ โดยในปี 2565 มีปริมาณการนำเข้าสูงถึง 743,444 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท

สมอ. จึงจำเป็นต้องควบคุมคุณภาพเหล็กที่ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน รวมทั้งเป็นการควบคุมคุณภาพเหล็กที่มีการใช้งานลักษณะเดียวกันกับเหล็กเคลือบสังกะสีที่ประกาศเป็นสินค้าควบคุมไปก่อนหน้านี้ด้วย”

ปัจจุบัน สมอ. มีผลิตภัณฑ์เหล็กที่ประกาศเป็นสินค้าควบคุมแล้ว จำนวน 21 รายการ โดยในการประชุมครั้งนี้ บอร์ด สมอ. ได้มีมติให้ควบคุมเพิ่มอีก 2 รายการ ได้แก่ เหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2981-2562 และ มอก. 3059-2563 เนื่องจากเป็นเหล็กที่นำไปใช้งานในลักษณะเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ปริมาณธาตุองค์ประกอบที่ผสมในผิวที่เคลือบ ซึ่งมาตรฐาน มอก. 2981-2562 เป็นเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5% ถึง 13% และแมกนีเซียม 2% ถึง 4% โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน

ส่วนมาตรฐาน มอก. 3059-2563 เป็นมาตรฐานเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5% ถึง 6% และแมกนีเซียม 0.4% ถึง 4% โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน ซึ่งเหล็กทั้ง 2 รายการมีสมบัติทนต่อการกัดกร่อน ทนต่อการ ขีดข่วน และทนต่อสารเคมี จึงเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อสร้าง งานโครงสร้างหรือหลังคาอาคารที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลซึ่งมีการกัดกร่อนสูง โครงสร้างของโรงงานสารเคมี หรือทำคอกเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ทั้งนี้ คาดว่ามาตรฐานจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2567 เลขาธิการ สมอ. กล่าว

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password