นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Government Digital Transformation ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม ประกาศเปิดตัว “โครงการพัฒนาระบบออกใบอนุญาต/หนังสือรับรอง และการเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน NSW” สำหรับสินค้าน้ำตาลทราย พลิกโฉมบริการภาครัฐจากกระดาษและการทำงานแบบแยกส่วน สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ มุ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ลดต้นทุน เพิ่มความโปร่งใสและยกระดับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สู่มาตรฐานสากล

ที่ผ่านมา สอน. ได้ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตและหนังสือรับรองกับกรมศุลกากรผ่านช่องทาง NSW (National Single Window) มานานกว่า 15 ปี โดยในปัจจุบัน สอน. ได้ปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์ ebMS (ebXML Messaging Service) ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยขั้นสูงสุดในการรับ-ส่งข้อมูลทางการค้า
และป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูลและภัยคุกคามทางไซเบอร์ โครงการนี้มุ่งตอบสนองนโยบายการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ โดยเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ “ผู้ประกอบการต้องนำเอกสารไปติดต่อหลายหน่วยงาน” ไปสู่ “ข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (G2G)” อย่างแท้จริง ผ่านกลไกสำคัญดังนี้
ระบบ Single Submission/Single Form : ผู้ประกอบการสามารถขึ้นทะเบียน ยื่นคำร้องขอใบอนุญาตและติดตามสถานะผ่านช่องทางออนไลน์ได้ในจุดเดียว ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน
การเชื่อมโยงข้อมูลบูรณาการ (G2G) : ระบบจะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลความน่าเชื่อถือสูงของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ข้อมูลนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และข้อมูลบุคคลจากกรมการปกครอง ผ่านช่องทาง i-industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม และรองรับการยืนยันตัวตนผ่าน Thai ID ทำให้ลดการยื่นเอกสารแนบได้อย่างมหาศาล
Electronic Document & Digital Signature : เอกสารทั้งหมดจะถูกจัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และลงนามดิจิทัล เพื่อความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ 100% เพิ่มความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
API Service กลาง : พัฒนาระบบเพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับกรมศุลกากรและหน่วยงานอื่น ๆ ผ่าน Thai NSW ได้อย่างรวดเร็วและรองรับการขยายตัวในอนาคต
“เป้าหมายของเราคือ บริการภาครัฐต้องง่ายขึ้น ผู้ประกอบการต้องสะดวกขึ้น ข้อมูลต้องเชื่อมโยงกันมากขึ้นและการดำเนินธุรกิจต้องรวดเร็วขึ้น ความสำเร็จที่แท้จริงวัดจากการที่ภาคเอกชนสามารถลดเวลา ลดขั้นตอน และลดต้นทุนในการทำงานได้จริง” นายใบน้อย กล่าว

