นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะผ่านช่วงวิกฤตในหลายพื้นที่ แต่ภารกิจสำคัญที่ยังต้องเร่งดำเนินการคือการฟื้นฟูผู้ประกอบการให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว ซึ่งข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม(Crisis Management Center: CMC) โดยนายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เป็นหัวหน้าศูนย์ CMC และโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม รายงานว่าพบมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 4,829 ราย ใน 63 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 18,276.08 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการแจ้งว่าได้รับผลกระทบทางการเงิน 4,022 ราย
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งประสานความช่วยเหลือทั้งด้านเงินทุนและการฟื้นฟูกิจการ โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ 744 ราย และอนุมัติเงินทุนฉุกเฉินเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการอีก 8 ราย รวมวงเงินที่เข้าร่วมมาตรการทั้งสอง 2,445 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพักชำระหนี้ลูกค้า DIPROM Pay จำนวน 6 ราย รวม 1 ล้านบาท และเพิ่มวงเงินกู้หรือรีไฟแนนซ์ให้ผู้ประกอบการ 23 ราย รวม 2.3 ล้านบาท

นายวราวุธ กล่าวว่า การช่วยเหลือไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประคองสภาพคล่อง แต่ต้องลงไปแก้ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจยังไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ โดยมอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำรวจความเสียหายและส่งต่อผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูเร่งด่วนให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมดำเนินการผ่านโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) และกิจกรรม Recover ซึ่งจะครอบคลุมการให้คำปรึกษาเชิงลึกเพื่อปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร และกระบวนการผลิต ตลอดจนวินิจฉัยผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูให้เหมาะกับความเสียหายของแต่ละกิจการ ปัจจุบันดำเนินการส่งเสริมฟื้นฟูสถานประกอบการแล้ว 48 ราย จาก 264 รายที่รอรับความช่วยเหลือ
นายวราวุธ กล่าวว่า ศูนย์ CMC ย้ำว่าส่วนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งมีสถานประกอบการ 862 ราย จ้างงานกว่า 200,000 คน และมีเงินลงทุนรวม 260,000 ล้านบาท กระทรวงได้มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รวบรวมข้อเสนอของผู้ประกอบการ เพื่อผลักดันมาตรการที่ต้องอาศัยความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนและภาษี การประกันภัย และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
นายวราวุธ กล่าวว่า ข้อเสนอแบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ การยกระดับการสื่อสารเมื่อเกิดเหตุ การพัฒนาระบบป้องกันอุทกภัย การบริหารจัดการน้ำเสียและสุขอนามัย และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ขณะที่มาตรการบางส่วนสามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การเตรียมกระสอบทราย แผ่นกั้นน้ำ และระบบสูบน้ำ รวมถึงการลดหย่อนค่าบำรุงรักษาและค่าบริการสาธารณูปโภคบางรายการของอมตะ 50% เป็นเวลา 2 ปี สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบด้านกระบวนการผลิต ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ผู้ประกอบการกลับมาผลิต สร้างรายได้ และรักษาการจ้างงานได้ต่อเนื่อง ควบคู่กับการวางแนวทางป้องกันและเพิ่มความพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคต เพื่อไม่ให้ความเสียหายจากน้ำท่วมกระทบความสามารถในการดำเนินธุรกิจซ้ำอีก

