กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เผยความคืบหน้าการดำเนิน 3 โครงการสำคัญภายใต้วงเงิน 20 ล้านบาท มุ่งติดอาวุธทางปัญญาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย รวมกว่า 400 กิจการ บุคลากรกว่า 1,000 คน ให้พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กองทุนฯ มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยขณะนี้ทั้ง 3 โครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี ภายใต้วงเงินรวม 20,000,000 บาท ได้ดำเนินงานรุดหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมผู้ประกอบการกว่า 400 กิจการ และบุคลากรกว่า 1,000 คน ซึ่งมีความคืบหน้าที่สำคัญ ดังนี้
1.โครงการเสริมแกร่งธุรกิจ การเงินดีมีทุนหนุนเติบโต (Financial Shield) : เน้นสร้างทักษะการบริหารจัดการการเงิน การเสริมสภาพคล่อง และการจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันได้อบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการส่งทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่สถานประกอบการเพื่อแนะนำเชิงลึก พร้อมเตรียมจัด “คลินิกให้คำปรึกษา”
2. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพธุรกิจเพิ่มผลผลิตพิชิตต้นทุน (Productivity Accelerator) : มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดต้นทุน ลดการสูญเสีย ใช้ทรัพยากรคุ้มค่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันทีมที่ปรึกษาอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก พร้อมจัดฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ (In-house Training) ให้แก่สถานประกอบการ
3.โครงการเตรียมพร้อมธุรกิจ ขยายโอกาสยกระดับสู่อนาคต (Global & Future Readiness) : มุ่งเน้นอุตสาหกรรมศักยภาพ ครอบคลุมการวิเคราะห์ตลาดใหม่ มาตรฐานระดับสากล และแนวคิด ESG ปัจจุบันอยู่ระหว่างการให้ที่ปรึกษาเข้าตรวจประเมินและให้คำแนะนำเชิงลึกในสถานประกอบการ พร้อมทั้งเตรียมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงคู่ค้าทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างโอกาสทางการค้า
“กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มุ่งมั่นในการติดอาวุธทางปัญญาและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับทุกโอกาส หากทั้ง 3 โครงการดำเนิน แล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้ SMEs ไทยสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง พร้อมเติบโตสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดธุรกิจในอนาคต” ดร.ณัฐพล กล่าว

