• จันทร์ 14 กันยายน 2569 เวลา 14:47 น.

5 หน่วยงาน MOU พัฒนาโมเดลนำร่องพลังงานสะอาดโครงสร้างพื้นฐานอุตฯคาร์บอนต่ำ

BREAKING NEWS INVESTMENT

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.), กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาโมเดลนำร่องเพื่อสร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่จังหวัดระยอง

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาโมเดลนำร่องเพื่อสร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่จังหวัดระยอง ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.), กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โดยระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้ง 5 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม มุ่งสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทย และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน

โดยพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการฯภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะครอบคลุมพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญในจังหวัดระยองรวม 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย นิคมอุตสาหกรรมผาแดง
นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล (RIL) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

สำหรับสาระสำคัญและขอบเขตความร่วมมือ (Scope of Cooperation) ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ มีกรอบความร่วมมือหลัก 3 ด้าน ประกอบด้วย การร่วมศึกษาและพัฒนาโมเดลนำร่อง โดยทั้ง 5 หน่วยงานจะร่วมกันศึกษาและพิจารณาวางแนวทางพัฒนาโครงการและโมเดลนำร่อง เพื่อสร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ เงื่อนไขและการสนับสนุนงบประมาณจะสอดคล้องตามขอบเขตงานของแต่ละหน่วยงาน การสนับสนุนการดำเนินงานและปลดล็อกกฎระเบียบ ทั้ง 5 หน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการฯ ตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เช่น การพิจารณาผลักดันและปลดล็อกกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถบังคับได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนพิจารณามาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและเทคนิค ทั้ง 5 หน่วยงานยินดีสนับสนุนและแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านเทคนิค รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และสร้างประโยชน์จากเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม

“กนอ.มุ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการต่อยอดไปสู่การจัดทำสัญญาหรือข้อตกลงโครงการในระยะต่อไป เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวปิดท้าย