GGC ครึ่งปีแรกกำไร 448 ล้าน รับอานิสงส์ B7 ดันดีมานด์ B100 พุ่ง 28%

GGC เผยครึ่งแรกปี 2569 ปิดกำไร 448 ล้านบาท รับแรงหนุนนโยบายเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 ดันความต้องการ B100 ในประเทศเพิ่มขึ้น 28% เดินหน้าคุมต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รักษาฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีสภาพคล่องกว่า 2,332 ล้านบาท พร้อมรองรับโอกาสเติบโตและการลงทุนใหม่
ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล กรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ผลการ ดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้เป็นผล จากการบริหารจัดการและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่สอดรับกับ นโยบายภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะนโยบายการปรับ สัดส่วน การผสมไบโอดีเซลเกรดหลักจาก B5 เป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ส่งผลให้ ความ ต้องการเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester: ME) หรือ B100 ในประเทศเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 28
ในไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มธุรกิจ ME มีรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นตาม Demand ที่ปรับตัวดีขึ้นจากอานิสงค์นโยบาย B7 จากภาครัฐ แม้ว่าจะยังคงเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบ (Feedstock) ที่ผันผวน ซึ่งบริษัทฯ ได้บริหารจัดการและวางแผน ด้านวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว
ด้านการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohols: FA) บริษัทฯ ได้ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตผ่าน การปรับเปลี่ยนสารเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่ช่วยเพิ่มกำลัง การผลิต และยังช่วยลดจำนวนชั่วโมงการหยุดซ่อมบำรุงควบคู่ ไปกับการดำเนินมาตรการบริหารต้นทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ใช้วัตถุดิบและสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 GGC มีสินทรัพย์รวม 11,086 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากสิ้นปี 2568) โดยมี สภาพคล่อง ระดับสูงจากเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะ สั้น รวมกันกว่า 2,332 ล้านบาท สะท้อนถึง ความแข็งแกร่งของ โครงสร้าง ทางการเงินที่พร้อมรองรับโอกาสการเติบโต และการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต
“ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีที่ปิดกำไร 448 ล้านบาทนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของ GGC ในการรับมือกับความท้าทาย ของตลาดได้อย่างมีทิศทาง เรายังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิ ภาพการดำเนินงาน การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด และการสร้างมูลค่าสูงสุดจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ ควบคู่กับการรักษา ความแข็งแกร่งทางการเงิน เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันระยะยาว” ดร.กฤษฎากล่าว
นอกเหนือจากผลการดำเนินงานทางการเงิน GGC ยังตอกย้ำ ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับสากล โดยได้รับการจัด อันดับ ให้อยู่ใน Top 5% ของบริษัทในอุตสาหกรรมเคมีทั่วโลก จาก S&P Global Sustainability Yearbook 2026 พร้อมทั้ง ได้รับมอบประกาศนียบัตรคาร์บอนเครดิตชุดแรก
การบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ GGC ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การลดก๊าซเรือนกระจก และการร่วมมือกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อพัฒนานวัตกรรมชีวภาพคาร์บอนต่ำ อันเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างคุณค่า และการเติบโตอย่างยั่งยืน ให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน.








