ก.อุตฯ ขีดเส้นตาย 2 โรงงานพนัสนิคม ลอบปล่อยน้ำเสีย – บ่อน้ำกรด แก้ปัญหาให้เสร็จภายในเดือนนี้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่ สส.พรรคประชาชนระบุถึงข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เดือดร้อนจากการลักลอบทิ้งสารเคมีและการปล่อยน้ำเสียว่า สำหรับกรณีสวนอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งที่มีโรงงานประกอบกิจการรวม 9 แห่ง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ทั้งปัญหาฝุ่นละออง เสียงดัง และกลิ่นจากสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้นั้น ตนได้มีการสั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี บูรณาการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ของสวนอุตสาหกรรมดังกล่าว ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคม และไม่ได้ขออนุญาตเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และไม่พบว่าสถานที่ดังกล่าวได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน เป็นพื้นที่เอกชนที่จัดสรรที่ดินให้ผู้ประกอบการมาซื้อหรือเช่าเพื่อทำเป็นโกดังสินค้าหรือโรงงาน

โดยปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน จำนวนทั้งสิ้น 9 ราย ซึ่งมี 4 ราย เป็นโรงงานที่ก่อให้เกิดน้ำเสีย แต่มีเพียงรายเดียว คือ บริษัท แกรนด์ ควอตซ์ เทค จำกัด ซึ่งประกอบกิจการทำเครื่องตบแต่งภายในอาคาร ตั้งอยู่ เลขที่ 98606 ม.5 ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ที่มีระบบบำบัดน้ำเสียตามเงื่อนไขการอนุญาตฯ แต่ระบบบำบัดน้ำเสียมีสภาพไม่เรียบร้อย และมีแนวโน้มที่อาจจะทำให้น้ำเสียไหลออกนอกบริเวณโรงงานโดยไม่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย ประกอบกับบริเวณด้านหลังโรงงานมีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมซึ่งมีสภาพไม่เรียบร้อยเช่นกัน และพบการกองเก็บวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากกระบวนการผลิตไว้กลางแจ้งในปริมาณมาก โดยไม่มีการส่งไปบำบัดหรือกำจัด

นายวราวุธ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าภายในบริเวณอาคารโรงงานมีกลิ่นเหม็นจากกระบวนการผสมวัตถุดิบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี จึงได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน โดยให้จัดทำมาตรการป้องกันน้ำเสียจากระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อป้องกันมิให้น้ำเสียไหลออกนอกบริเวณโรงงาน และให้นำเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากกระบวนการผลิตไปกำจัดหรือบำบัดให้ถูกต้องตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 และให้จัดทำมาตรการควบคุมและป้องกันกลิ่นที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน ทั้ง 3 ข้อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

ส่วนประเด็นเรื่องฝุ่นละออง และเสียงดังจากการประกอบกิจการของโรงงานดังกล่าว สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี อยู่ระหว่างดำเนินการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจ วัด วิเคราะห์คุณภาพอากาศและระดับเสียงรบกวนต่อไป

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีบ่อน้ำกรดรุนแรงข้างบริษัทอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าพบน้ำในบ่อเก็บกักมีสภาพเป็นกรดรุนแรง และอาจมีความเสี่ยงแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก พบว่าเป็นพื้นที่ของบริษัท อุตสาหกรรมสีเขียว น้ำใส จำกัด ประกอบกิจการทำอิฐบล็อก อิฐตัวหนอน จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโรงงานเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พบว่าการประกอบกิจการก่อให้เกิดน้ำเสียจากกระบวนการผลิต โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเคมี (Chemical treatment) สภาพระบบบำบัดใช้งานได้ตามปกติไม่พบการระบายน้ำทิ้งออกนอกบริเวณโรงงาน แต่ภายในบริเวณโรงงานมีบ่อดินขนาดใหญ่ไว้สำหรับรองรับน้ำฝนหรือน้ำผิวดินที่เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงงาน สำนักงานจึงได้เก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อดังกล่าว พบว่าคุณลักษณะน้ำในบ่อดินมีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560

นายวราวุธ ระบุว่า ได้มีคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานจำนวน 2 ข้อ ได้แก่ 1.ให้ฟื้นฟูคุณภาพน้ำในบ่อดินที่อยู่ภายในบริเวณโรงงานให้มีคุณลักษณะเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560 และ2.ให้กำหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อดินที่อยู่ภายในบริเวณโรงงาน ให้มีคุณลักษณะเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน พ.ศ. 2560 โดยให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ต่อมา วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 บริษัทฯ ขอยื่นขยายระยะเวลาปรับปรุงแก้ไขโรงงานออกไปถึงวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เนื่องจากอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในบ่อดินและก่อสร้างแนวคอนกรีตเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนไหลลงบ่อดิน ซึ่งสำนักงานฯ จะได้ตรวจติดตามผลการปฏิบัติตามคำสั่งต่อไป

“กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนของประชาชน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกำชับให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานอุตสาหกรรมติดตามการปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมายอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเร่งรัดการตรวจวัดคุณภาพน้ำ อากาศ ฝุ่น และเสียง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามจนยากต่อการแก้ไขและเยียวยา”นายวราวุธ ระบุ

ทั้งนี้ หากพี่น้องประขาชนประสบปัญหาต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงอุตสาหกรรม สามารถแจ้งได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วน 1564.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password