ทีมสุดซอยลุยทลายขบวนการน้ำมันเถื่อน พบสูญหายกว่า 8 แสนลิตร

กระทรวงพลังงานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบขนน้ำมันออกนอกระบบ หลังตรวจพบผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ใช้บริษัทบังหน้าและร้านทำเล็บอำพรางธุรกิจ พบใบกำกับการขนส่งผิดปกติ 34 ใบ ส่งผลให้น้ำมันหายจากระบบกว่า 800,000 ลิตร มูลค่าความเสียหายกว่า 28 ล้านบาท พร้อมขยายผลดำเนินคดีและตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ “หัวหน้าทีมสุดซอย” เปิดเผยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ทีมสุดซอย บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน พลังงานจังหวัดทั่วประเทศ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามขบวนการกักตุนและลักลอบขนน้ำมันออกนอกระบบ หลังพบการซื้อขายน้ำมันที่มีความผิดปกติในช่วงที่ผ่านมา
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า จากการสุ่มตรวจข้อมูลย้อนหลังในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 พบความผิดปกติของผู้ค้าน้ำมันคนกลาง (Jobber) รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการรายงานข้อมูลตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ด้วยการจัดตั้งบริษัทนายหน้า และใช้ร้านทำเล็บเป็นสถานประกอบการบังหน้า เพื่ออำพรางการดำเนินธุรกิจและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
จากนั้น ทีมสุดซอยได้ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงานและสำนักงานพลังงานจังหวัด ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันจากใบกำกับการขนส่งจำนวน 170 ใบ ครอบคลุมพื้นที่ 23 จังหวัด พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการปลายทางและเรียกผู้ประกอบการเข้าชี้แจง รวมถึงตรวจสอบข้อมูลจากระบบติดตามรถ (GPS)

ผลการตรวจสอบพบว่า สถานีบริการปลายทางหลายแห่งยืนยันว่าไม่ได้รับน้ำมันตามที่ระบุในเอกสาร หรือได้รับไม่ครบตามจำนวน ขณะที่บางกรณี เช่น ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดหมายปลายทางที่ระบุไว้กลับเป็นเพียงที่ดินรกร้างว่างเปล่า โดยพบใบกำกับการขนส่งที่มีความผิดปกติรวม 34 ใบ ส่งผลให้น้ำมันสูญหายออกจากระบบกว่า 800,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 28 ล้านบาท
จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ กระทรวงพลังงานได้หารือร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กรมการค้าภายใน กรมสรรพากร และกรมศุลกากร ก่อนมีมติให้แจ้งความดำเนินคดีต่อ CIB โดยมี พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี เนื่องจากผู้ประกอบการรายดังกล่าวเข้าข่ายกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และประมวลกฎหมายอาญา
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังประสานกรมสรรพากรและกรมศุลกากร เพื่อตรวจสอบความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมขยายผลไปยังผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่อาจมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน
นางสาวฐิติภัสร์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงพลังงานจะเดินหน้าปราบปรามผู้กระทำผิดทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายแสวงหาผลประโยชน์ โดยจะเร่งพัฒนาระบบตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ควบคู่กับการผลักดันแก้ไขกฎหมายให้มีบทลงโทษที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริต สร้างความเป็นธรรมในระบบพลังงาน และคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่.






