กฟผ. ชู 3 จุดแข็ง ระบบไฟฟ้าไทย ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ดันไทยศูนย์กลาง Data Center

กฟผ. มั่นใจระบบไฟฟ้าไทยพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคตด้วย 3 จุดแข็งสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้าสะอาด มีความเสถียร และเพียงพอ ดึงดูดธุรกิจ Data Center เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มในอนาคต หวังผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน Data Center
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวเสวนาในหัวข้อ “No Sustainability, No Scale:
The New Rules for AI & Data Centers ความยั่งยืน License to Operate AI & Data Center” ในงาน EARTH JUMP 2026: A BRIDGE TO EMPOWERED ACTIONS ซึ่งจัดโดยธนาคารกสิกรไทย ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์สำคัญที่จะดึงดูดการลงทุนด้านธุรกิจดิจิทัลอื่น ๆ โดยปัจจุบันภาครัฐอยู่ระหว่างกำหนดเงื่อนไขการลงทุน Data Center เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ ทั้งนี้ ในมุมมองของ กฟผ. มี 3 ปัจจัยสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงเพื่อรองรับการเข้ามา ของ Data Center ซึ่ง กฟผ. มีความพร้อมรองรับเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่
1.คุณภาพไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าจะต้องมีความมั่นคงและเสถียร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบสถิติไฟฟ้าตก-ไฟฟ้าดับแล้ว ประเทศไทยนับว่ามีระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียรที่สุดในเอเชีย

2.ความเพียงพอของระบบไฟฟ้า ที่พร้อมรองรับการเติบโตของ Data Center ในระยะยาว โดย กฟผ.ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งไฟฟ้าในภาคตะวันออกนำร่องแล้ว 3 พื้นที่ สามารถจ่ายไฟฟ้าเพิ่มได้ 550 เมกะวัตต์ อีกทั้งมีแผนที่จะขยายระบบส่งไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคต
3.ความยั่งยืน ในการจ่ายไฟฟ้าสีเขียวให้กับ Data Center ได้อย่างต่อเนื่อง โดยภาครัฐได้ชูความพร้อมของอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff: UGT) ทั้ง UGT1: อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา พร้อมใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) และ UGT2: อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา พร้อม REC
อีกทั้ง กฟผ. ยังได้ยกระดับระบบไฟฟ้าสู่การเป็น Grid Modernization รองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียน ทั้งในส่วนการติดตามและควบคุมระบบไฟฟ้า (Monitoring and Control) เพื่อป้องกันไฟฟ้าตก-ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง (Blackout Prevention) และการเสริมความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า (Flexibility)






