กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โชว์ผลงาน “DITP Open & Connected” ฝ่าด่าน 706 ผลงานทั่วประเทศ ชู 3 ยุทธศาสตร์เปิดระบบราชการ–Open Data–บริการดิจิทัล ผนึกพลังรัฐ-เอกชน ใช้ Big Data และ AI เติม “แต้มต่อทางธุรกิจ” ดันผู้ประกอบการไทยแข่งขันในเวทีโลก

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ อิมแพค เมืองทองธานี นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนกรมฯ เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยในปีนี้ DITP สามารถคว้ารางวัลเลิศรัฐ “ระดับดีเด่น” ในสาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ผลงานที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีเด่นจากการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมดถึง 706 ผลงานทั่วประเทศ ผ่านการนำเสนอผลงานภายใต้ชื่อ “DITP Open & Connected: เปิดประตูสู่การค้าโลก” 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ เปิดระบบราชการเพื่อส่งมอบแต้มต่อทางธุรกิจ ผลงาน “DITP Open & Connected: เปิดประตูสู่การค้าโลก” มุ่งเน้นการเปิดระบบราชการเพื่อส่งมอบ “แต้มต่อทางธุรกิจ” ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:
• การเปิดเวทีการมีส่วนร่วม (Co-creation): ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ทั้งการระดมสมองและรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายร่วมกับสภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ พร้อมขับเคลื่อนร่วมกับสมาคมการค้ากว่า 50 แห่ง ผ่านเวทีการประชุม Chief of Product (COP) เพื่อวางแผนเจาะตลาดรายคลัสเตอร์ รวมถึงจัดตั้ง War Room เฉพาะกิจ รับมือวิกฤติต่างๆ ได้ทันท่วงที เพื่อร่วมกันกำหนดแผนเชิงรุกเพื่อเจาะตลาดศักยภาพใหม่ ทำให้แผนงานตอบโจทย์ Pain Point ของเอกชนอย่างตรงจุด และจัดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและให้คำปรึกษาผ่านระบบสนทนาออนไลน์ Chatbot น้องใส่ใจ, DITP สายด่วน 1169 และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้คำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกแบบการสื่อสารสองทาง

• การเปิดเผยข้อมูล (Open Data): พัฒนาและเชื่อมโยง Big Data การค้าระหว่างประเทศ บูรณาการฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ จากเครือข่ายทูตพาณิชย์ทั่วโลกและหน่วยงานพันธมิตร ให้ประชาชนเข้าถึงบทวิเคราะห์ข้อมูลตลาดเชิงลึก แนวโน้มสินค้าได้ฟรี ผ่านเว็บไซต์กรม https://www.ditp.go.th/ และแอปพลิเคชัน DITP ONE แอปพลิเคชันบริการด้านการค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร พร้อมระบบแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารแบบเฉพาะเจาะจง (Personalized Notification) เช่น การแจ้งเตือนทันทีเมื่อประเทศคู่ค้าปรับเปลี่ยนกฎระเบียบฉลากสินค้า เพื่อให้ SMEs ใช้ข้อมูลนำธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
• บริการดิจิทัล (Digital Transformation): ยกระดับการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน DITP ONE แบบครบวงจร สู่ระบบไร้กระดาษ (Paperless) ให้ผู้ประกอบการสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมสมัครสมาชิก และขอรับคำปรึกษาออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมระบบติดตามสถานะงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน สร้างความใกล้ชิดและเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้รับบริการ 4 กุญแจขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรความสำเร็จในการเปิดระบบราชการของ DITP ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมด้วย 4 ปัจจัยหลัก:
1. วิสัยทัศน์ผู้นำและการกำกับดูแล : ผู้บริหารระดับสูงมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนด้าน Digital Transformation มีการกำหนดแผนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจการพาณิชย์ของกรม ที่เน้นการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศด้วยข้อมูล และสนับสนุนนโยบายด้านธรรมาภิบาลข้อมูลอย่างจริงจัง ทำให้การเปิดเผยข้อมูลมีทิศทางและมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
2. พลังร่วมรัฐ – เอกชน : กรมไม่ได้ทำงานโดยลำพัง แต่ใช้กลไกความร่วมมือระหว่างกรมและเอกชนเป็นเวทีระดมสมอง เปิดรับฟังความคิดเห็น และสำรวจความต้องการจากผู้รับบริการ ทำให้เอกชนรู้สึกเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาระบบ การออกแบบการให้บริการกรมจึงตอบโจทย์ Pain Point ที่แท้จริง
3. นวัตกรรมเทคโนโลยี : กรมให้ความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน Big Data และ AI ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กรมสามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลและให้บริการแบบ Real-time ได้อย่างมีเสถียรภาพ
4. ชาว DITP ยุคใหม่ : วัฒนธรรมองค์กรให้พร้อมเรียนรู้และปรับตัว ทำให้บุคลากรกล้าที่จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริการประชาชนอย่างสร้างสรรค์
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสและเชื่อมโยงทุกความเป็นไปได้ทางการค้า เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างมั่นคงและก้าวไกลสู่เวทีการค้าระดับโลก.

