บสย. จัด Town Hall ครั้งที่ 1/2569 ปลุกพลังองค์กร เดินหน้า SMEs Financial Gateway

บสย. จัดประชุม Town Hall ถ่ายทอดแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี ชูบทบาท “SMEs Financial Gateway” ยกระดับช่วยผู้ประกอบการทุกมิติ พร้อมตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท หนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุนท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดงานประชุมพนักงานทุกระดับครั้งที่ 1/2569 (The 1st Town Hall Meeting 2025) รูปแบบ Hybrid Meeting ภายใต้แนวคิด “บสย. คือ โอกาสในทุกช่วงชีวิตของ SMEs” นำโดย ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ถ่ายทอดแผนงานและทิศทางขับเคลื่อนองค์กรในวาระที่ 2 ตลอด 4 ปีข้างหน้า (ปี 2569-2572) ให้กับคณะผู้บริหาร พนักงานทุกระดับ และสำนักงานเขตทั่วประเทศ กว่า 400 คน ร่วมกิจกรรม ณ ห้องฟูจิ 2 ชั้น 4 โรงแรมนิกโก้ ทองหล่อ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569

ดร.สิทธิกร กล่าวว่า การประชุม Town Hall Meeting ครั้งที่ 1/2569 มุ่งสื่อสารแผนงาน ภารกิจการช่วยเหลือ SMEs ในมิติต่างๆ ตลอดทิศทางการดำเนินงานที่เน้นการยกระดับองค์กร ขยายศักยภาพบุคลากร บสย. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ได้ครอบคลุมในทุกมิติมากยิ่งขึ้น โดยเชิญชวนผู้บริหารทุกระดับและเพื่อนพนักงานทุกคนผนึกกำลังขับเคลื่อนองค์กรตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่
1. ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs (Financial Inclusion)
2. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs โดย บสย.
3. ยกระดับองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการเงิน
4. เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลทางการเงิน และ Virtual Bank

พร้อมกันนี้ ยังรวมใจพนักงานทุกคนพร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน เทคโนโลยี และปัจจัยด้านอื่นๆ ที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พร้อมร่วมขับเคลื่อนยอดค้ำประกันสินเชื่อตลอดปี 2569 เพื่อขยายการช่วยเหลือ SMEs ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ในปีนี้จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนธุรกิจที่พุ่งขึ้น ซึ่งสร้างความท้าทายให้กับ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า กลุ่มอาชีพอิสระ “กลุ่มเปราะบาง” ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ
ตลอดปีนี้ บสย. วางเป้าหมายยอดค้ำประกันสินเชื่อไม่ต่ำกว่า 70,000 ล้านบาท ปัจจุบัน (30 เมษายน 2569) มียอดค้ำประกัน 26,048 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.37 เท่า เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสำคัญมาจาก มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” ซึ่งเป็นมาตรการพิเศษที่กระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ด้านการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ตั้งแต่ออกมาตรการในปี 2563 ถึง 30 มีนาคม 2569 สามารถช่วยลูกหนี้ไปแล้วถึง 25,899 ราย คิดเป็นมูลหนี้สะสม 16,763 ล้านบาท โดยเป้าหมายในปีนี้ตั้งเป้าช่วยลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ 6,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 4,380 ล้านบาท

ดร.สิทธิกร กล่าวว่า ในปี 2569 บสย. ชูยุทธศาสตร์ “3-Prompt” (บสย. 3 พร้อม) “พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+” ต่อยอดจากมาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs เป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบคลุมความต้องการของ SMEs ในมิติต่างๆ มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ๆ และช่องทางเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยใช้ Digital เป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อเชื่อมโยงให้ บสย. เป็นส่วนหนึ่งใน Digital Ecosystem โดยหนึ่งในบริการหลักที่จะเกิดขึ้นในปีนี้คือ แพลตฟอร์ม “SMEs First” เพื่อให้ SMEs รายย่อย เข้ามาประเมินศักยภาพและความพร้อมในการขอสินเชื่อกับ บสย. ก่อน เป็นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านเครดิต (Credit Capacity and Enhancement) โดย บสย. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง SMEs Financial Gateway เชื่อมต่อ SMEs ทุกกลุ่มที่ขาดสภาพคล่องและขาดหลักทรัพย์ หรือขาดคนค้ำประกัน ให้สามารถเข้าถึงผู้ให้บริการทางการเงินทั้งสถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อประเภท Non-Bank ที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการเข้าถึงสินเชื่อและการให้บริการของ บสย. (New Customer Journey) ในรอบ 35 ปี เพื่อปลดล็อก SMEs ในประเทศไทยเข้าถึงสินเชื่อ ขยายศักยภาพสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้บริหารและพนักงาน บสย. ทุกคน ยังได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์นโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนงดรับของขวัญ และของกำนัลทุกชนิดในทุกเทศกาล ทั้งก่อนขณะและหลังการปฏิบัติหน้าที่ที่จะส่งผลให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในปัจจุบันและอนาคต มุ่งมั่นดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักคุณธรรมและความโปร่งใส เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งคุณธรรมและความโปร่งใส ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ.






