10 ส.เหล็กไทยผวาโรงงานเหล็ก IF คืนชีพ จี้ รัฐคุมเข้มใช้ห้องLabทดสอบ

10 สมาคมเหล็กไทย เรียกร้องภาครัฐ คุมเข้มอย่างจริงจังโรงงานเหล็ก IF ก่อนอนุญาตคืนชีพ หวั่นเหล็กด้อยคุณภาพทะลักตลาด กังวลกรณีโรงงานเตาหลอม IF เตรียมกลับมาผลิต ชี้หากขาดระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace-LF) เสี่ยงทำเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน มอก. พร้อมร้องขอ สมอ. และกรมโรงงานฯ ตรวจสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและคุมเข้มการเลือกใช้ห้อง Lab ทดสอบ
นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ติดตามสถานการณ์กรณีกลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ซึ่งเคยถูกสั่งระงับการผลิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดพบว่ามีความเคลื่อนไหวที่จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมก่อสร้างและความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ตัวแทนจาก 10 กลุ่มสมาคมเหล็กไทย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องขอให้คุมเข้มและตรวจสอบโรงงานเหล็ก IF ก่อนที่จะเปิดให้กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยประเด็นที่เรียกร้องประกอบด้วย
ประเด็นที่ 1. ด้านคุณภาพน้ำเหล็กและมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ 24-2559 เนื่องจากหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กเส้นคือ การควบคุมส่วนผสมทางเคมีและการกำจัดสารมลทิน (Inclusions) ซึ่งโรงงานในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มัก “ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก หรือ Ladle Furnace (LF)” ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงธาตุเคมีให้เสถียรได้ตามที่มาตรฐานกำหนด
ทั้งนี้หากอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) จะพบว่าในส่วนประกอบทางเคมี ได้กำหนดค่าสารมลทินอย่างละเอียด เช่น ฟอสฟอรัส (P) และกำมะถัน (S) หากไม่มีระบบ LF การจะควบคุมค่าเหล่านี้ให้ต่ำและสม่ำเสมอทำได้ยากมาก ส่งผลให้เหล็กที่ผลิตออกมามีความเปราะหรือคุณสมบัติทางกลไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้น้ำเหล็กที่ไม่ผ่านการปรุงด้วย LF จะมีสิ่งปนเปื้อนสูง (Non-metallic inclusions) ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เหล็กขาดง่ายเมื่อรับแรงดึงหรือการดัดโค้ง
ประเด็นที่ 2. ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ ทั้งในส่วนของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) และ กรมโรงงานฯ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมคุณภาพ สมาคมฯ จึงขอเสนอมาตรการดังนี้
-เงื่อนไขระบบปรุงน้ำเหล็ก ladle Furnace LF : เพราะการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวโดยละเลยกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน มอก. นั้น ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อการรับรองคุณภาพที่ยั่งยืน ภาครัฐควรตั้งเงื่อนไขว่า โรงงานที่จะกลับมาผลิตใหม่ “ต้องมีระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace)” ติดตั้งเป็นมาตรฐานพื้นฐาน หากโรงงานใดอ้างว่าใช้เทคโนโลยีอื่นทดแทน จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจาก “คณะกรรมการวิชาการของ สมอ.” เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถควบคุมสารมลทินได้จริง มิใช่แค่การสุ่มตรวจสอบจากสินค้าเพียงอย่างเดียวแล้วผ่าน โดยมิได้พิจารณากระบวนการผลิตว่ามีความสม่ำเสมอในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด
-การเลือกห้องปฏิบัติการ (Lab) : สมาคมฯ สนับสนุนให้มีการใช้ผลการทดสอบจาก สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) เป็นบรรทัดฐานหลัก เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งก่อนและหลังการปรับปรุงระบบการผลิตอย่างเป็นธรรม ป้องกันความพยายามการหลีกเลี่ยงผลทดสอบทางวิชาการที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ จึงขอให้ สมอ. กำกับดูแลให้มีการใช้ผลทดสอบจากสถาบันเดิมที่เคยตรวจทดสอบ
-มาตรฐานสิ่งแวดล้อม: ต้องมีการตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศและของเสียจากการผลิตให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน 100% ก่อนการพิจารณาให้กลับมาเดินเครื่องจักร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นแดงและมลพิษจากการหลอมเศษเหล็กที่ปนเปื้อน จึงต้องมีการตรวจสอบระบบกำจัดมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัดก่อนออกใบอนุญาต.






