ปธ.ศาลฎีกา ปลื้ม!! ‘เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน’ รุ่น 10 เรียนรู้กระบวนการยุติธรรม สร้างจิตสำนึกที่ดี

ประธานศาลฎีกา ปิดโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 ชื่นชมเด็กรุ่นใหม่เรียนรู้กระบวนการยุติธรรม ร่วมสร้างจิตสำนึกที่ดี ขณะที่ประธานโครงการฯมั่นใจศาลยุติธรรมรุกสร้างเครือข่ายสีขาวในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาความไม่สงบ

วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อเวลา 10.45 น. โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีปิดพร้อมมอบเกียรติบัตรในโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน”รุ่นที่ 10 (Belia Thai Sejiwa Sehati) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นางสิริรัชศ์ เมตตามิตรพงศ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา เป็นผู้แทนนายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้มีนายเกรียงไกร จรรยามั่น เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ประธานคณะทำงานดำเนินการโครงการเยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ทราบว่าการดำเนินการจัดโครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ดังที่ตั้งไว้ทุกประการขอแสดงความยินดีกับเยาวชนทุกคนที่ผ่านเกณฑ์การอบรมและการฝึกปฏิบัติในโครงการ นับเป็นโอกาสดีที่ทุกคนเข้าร่วมโครงการนี้เพราะทำให้มีโอกาสได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร โดยเฉพาะความรู้ทางด้านกฎหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมทั้งความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของศาลยุติธรรม กระบวนการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม รวมถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนกล้าแสดงความคิดเห็น และกล้าแสดงออกในแนวทางที่ถูกที่ควร สร้างจิตสำนึกที่ดี เพราะโครงการมีการมุ่งเน้นเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม เมื่อเยาวชนได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องย่อมก่อให้เกิดความสันติสุขในสังคม ดังนั้น โครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 จึงเป็นโครงการที่วางรากฐานในด้านกระบวนการยุติธรรมให้แก่เยาวชนอย่างแท้จริง
ศาลยุติธรรมมีความภาคภูมิใจที่โครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 จะมีส่วนสำคัญในการสร้างเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและสร้างความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมต่อไป จึงขอให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ พึงตระหนักว่า เมื่อท่านได้ผ่านการอบรมจากโครงการแล้ว ขอให้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปถ่ายทอดให้แก่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เพื่อน ๆ และประชาชนในท้องถิ่น เพราะเมื่อทุกคนในชุมชนได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายที่ถูกต้องแล้ว ชุมชนหรือสังคมนั้นย่อมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ

นางสิริรัชศ์ กล่าวว่าโครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2569 รวมระยะเวลา 7 วัน ซึ่งในโครงการ ได้จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรม กฎหมาย ที่เยาวชนควรทราบ และการปฏิบัติงานของผู้พิพากษา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญของประเทศ ได้แก่ ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี จุฬาราชมนตรี กิจกรรมการศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ กิจกรรมสร้างทัศนคติในการเรียนรู้ตนเอง เพื่อเป็นการให้ความรู้ทางด้านกฎหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการคือ เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนา หรือกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย รวมจำนวน 120 คน

ทั้งนี้ โครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอก ศาลฎีกาศาลอาญา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาการอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการฝึกอบรม มีการระดมความคิด และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เป็นอย่างดี ทำให้ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมและได้รับประโยชน์สมตามวัตถุประสงค์ที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดไว้ทุกประการ
นายสุริยัณห์ กล่าวว่าโครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 ประสบความสำเร็จในการปูพื้นฐานสร้างเครือข่ายเยาวชนคุณภาพ โดยเฉพาะจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ให้ได้รับความรู้ด้านกฎหมาย สิทธิหน้าที่ และการใช้ชีวิตร่วมกันบนความหลากหลายภายใต้หลักคุณธรรมจริยธรรม เพื่อบ่มเพาะให้เป็นพลเมืองที่เข้มแข็งพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนเป้าหมายสำคัญอีกอย่างของโครงการนั้น คือการเปลี่ยนพลังเยาวชนให้กลายเป็น “เครือข่ายสีขาว” ในพื้นที่ปลายด้ามขวานที่คอยสอดส่องดูแลสังคมและส่งต่อความรู้ที่ถูกต้องไปยังครอบครัวและชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้แก่สังคม โดยความสำเร็จที่แท้จริงของโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดกิจกรรมตามกำหนดการ แต่เป็นการเริ่มต้นพันธกิจของเยาวชนที่จะนำประสบการณ์ไปต่อยอดและพัฒนาท้องถิ่นของตนเองในชีวิตจริง.






