‘ซาบีดา’ หนุนเยาวชนไทย เชื่อพหุวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ให้กำลังใจเยาวชนโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 ชี้ความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรค พร้อมส่งเสริมการค้นหาตัวตนและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 69) เมื่อเวลา 10.45 ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม” ให้แก่เด็กและเยาวชนจำนวน 120 คน จากพื้นที่จังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย ภายใต้โครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 โดยมี นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ประธานคณะทำงานดำเนินการโครงการเยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ
นางสาวซาบีดา ได้กล่าวทักทาย “อัสสลามุอะลัยกุม” กับเด็กและเยาวชนว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้มาพบปะน้องๆ ชาวจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งบ้านตนเองก็เป็นครอบครัวมุสลิมซึ่งอยู่จังหวัดอุทัยธานีโดยมีชาวมุสลิมอยู่เพียงแค่ 2-3 ครัวเรือน ท่ามกลางสังคมพุทธและโรงเรียนพุทธ ซึ่งเพื่อนๆ มักจะไม่เข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่และการนับถือศาสนาของเราแต่พอเราอธิบายเรื่อยๆ เพื่อนๆ ก็เข้าใจ และซึมซับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของเราชาวมุสลิม ใช้ดำเนินชีวิตร่วมกันกับเพื่อนๆ ได้ แสดงให้เห็นว่าเราแม้จะอยู่ต่างศาสนาแต่เราสามารถมีวัฒนธรรมร่วมกัน และสามารถอยู่ร่วมกันในพหุวัฒนธรรม

นางสาวซาบีดา ยังเน้นย้ำถึงนโยบายรัฐบาลที่ไม่เคยบังคับให้ทุกคนต้องเหมือนกัน แต่กลับส่งเสริมในความหลากหลาย เช่น การยอมรับโรงเรียนสอนภาษายาวี และภาษามลายูในพื้นที่ภาคใต้
นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ได้กล่าวถึงช่วงแรกที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันและคำสบประมาทเรื่องการเป็นมุสลิมจะเข้ามาดูแลกระทรวงวัฒนธรรมได้อย่างไร ยืนยันว่าเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งนั้น ได้เข้าพบผู้นำทุกศาสนา ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม และซิกข์ ซึ่งทุกท่านต่างให้กำลังใจและย้ำว่า “ความเป็นมุสลิมไม่ใช่ข้อจำกัดในการดูแลศาสนาอื่น” และตนเองในฐานะผู้หญิงมุสลิมที่เคยผ่านงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาก่อน ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสามารถทำหน้าที่พัฒนาประเทศได้อย่างเต็มความสามารถ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้กำลังใจเยาวชนในการค้นหาตัวเองให้เจอ โดยยกตัวอย่างชีวิตตนเองที่เคยอยากเป็นวิศวกรแต่สุดท้ายพบความชอบในด้านกฎหมาย จึงอยากให้เยาวชนใช้ชีวิตให้สนุกและไม่เครียดจนเกินไป

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ประธานคณะทำงานดำเนินการโครงการเยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน พร้อมคณะทำงาน นำเด็กและเยาวชนจากโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 เข้าพบนายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา นายทรงเดช บุญธรรม เลขานุการศาลอาญา เพื่อศึกษาดูงาน ณ ศาลอาญา โดยเยาวชน ได้เข้าศึกษาดูงานส่วนไกล่เกลี่ย (ชั้น7) ห้องเวรชี้ (ชั้น1) ห้องเวรสั่งฝากขัง (ชั้น2) และศูนย์คุ้มครองสิทธิ (ชั้น8) ภายในอาคารศาลอาญา เพื่อเรียนรู้การทำงานจริงของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม

จากนั้นเมื่อเวลา 15.15 น.ผู้เข้าร่วมโครงการ“เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 ได้เข้าพบนายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และนายกมลศักดิ์ ชัยชนะวิชชกิจ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งเลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง อีกตำแหน่งหนึ่ง ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
โดยได้ศึกษาดูงานห้องพิจารณาคดี เพื่อที่เยาวชนได้เรียนรู้ถึงผังที่นั่ง บทบาทของบุคคลต่างๆ ในศาล เช่น ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ รวมถึงบรรยากาศการพิจารณาคดีที่เป็นมิตรต่อเด็กและเยาวชน และห้องควบคุม ชั้น 1 และส่วนอื่นๆ ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นต้น.

