ซีพี ออลล์ ติดทำเนียบ ESG100 ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จากการประเมินบริษัทจดทะเบียน 931 แห่ง โดยสถาบันไทยพัฒน์ ชูกลยุทธ์สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน พร้อมขับเคลื่อน 7 Go Green ลดคาร์บอนและขยะพลาสติก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า การที่สถาบันไทยพัฒน์ ได้ประกาศให้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2569 ในกลุ่มธุรกิจบริการต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ปี เป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งในการการการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมในทุกมิติ
โดย ซีพี ออลล์ ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ยั่งยืน 3 สร้าง 1 DNA สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างชุมชนอุ่นใจ และ DNA ความดี 24 ชั่วโมง เพื่อส่งมอบโอกาสสู่คนทุกกลุ่ม ตามปณิธาน “Giving and Sharing” ผ่านการให้โอกาสทางการศึกษา และโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต โอกาสในการมีอาชีพที่มั่นคง ตลอดจนสนับสนุนเกษตรกร และ SME ไทยให้โตไกลไปด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ปลูกฝัง DNA ความดี 24 ชั่วโมง ให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรของพนักงานในทุกระดับ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่โปร่งใส การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และความเคารพในสิทธิมนุษยชน ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริหารจัดการพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการลดขยะพลาสติกอย่างเข้มข้น ผ่านโครงการ 7 Go Green เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ตลอดจนการร่วมมือกับพันธมิตรและคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับมาตรฐาน การดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมร่วมกัน
สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 ในปีนี้
โดยจะพิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน ซึ่งในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนเข้าคัดเลือกจาก 931 แห่ง การจัดระดับหลักทรัพย์ด้านการพัฒนาความยั่งยืนโดยสถาบันไทยพัฒน์ เป็นการประเมินอย่างเป็นอิสระในฐานะหน่วยงานภายนอก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ เทียบกับชุดตัวชี้วัดด้าน ESG ตามเกณฑ์และหลักการภายใต้แนวทางการประเมินและมาตรฐานการรายงานด้าน ความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS, UN PRI.

