• อังคาร 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:22 น.

ถือไพ่เหนือ?

BREAKING NEWS POLITICAL

(‘หนู–เชน’ จับมือ! จับตา ‘ทักษิณ–กล้าธรรม’ ตัวแปรต่อรอง ‘ภูมิใจไทย–เพื่อไทย’ ก่อนศึกซักฟอก)

 “อนุทิน–ยศชนัน” จับมือชื่นมื่น ย้ำความสัมพันธ์แน่น 2 พรรคแกนนำ ท่ามกลางกระแสนิรโทษกรรมทักษิณ และข่าวกล้าธรรมร่วมรัฐบาล คำถามจึงอยู่ที่ใครมีทางเลือกมากกว่ากัน? ใครแบกต้นทุนหากแตกหัก? และความร่วมมือจะผ่านบททดสอบก่อนถึงศึกซักฟอกอย่างไรกันแน?

ภาพร้องเพลง จับมือ และโอบไหล่ ระหว่าง… นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อว. ในงานเลี้ยงค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายน ก่อนถึงวันประชุม ครม.สัญจรอุดรธานี ในเช้าวันนี้ (3 พฤศจิกายน) ถือเป็น…ภาพความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการต่อรองและการจัดสมดุลพรรคร่วมรัฐบาล

ในเชิงวิเคราะห์ ภาพดังกล่าวช่วยส่งสัญญาณว่า…พรรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ยังคงมองเห็นประโยชน์ของการเดินหน้าร่วมกัน แต่แค่…บรรยากาศบนเวที อาจยังไม่เพียงพอจะรับรองผลลงมติในอนาคต หรืออธิบายว่า…ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงอะไรกันไว้หรือไม่? อย่างไร?

สิ่งที่ควรพิจารณา “สัญญะทางการเมือง” คงไม่พ้น….โครงสร้างอำนาจเบื้องหลังความร่วมมือ นั่นเพราะ…แต่ละพรรคยังต้องพึ่งอีกฝ่าย…แต่จะพึ่งพิงมากเพียงใด? มีทางเลือกอะไร? และจะเสียอะไร? หากความสัมพันธ์เปลี่ยนไป!!?? จึงต้องจับดูกันต่อไป

จับมือคุมจังหวะ :

ก่อนถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ รัฐบาลจะต้องบริหาร ทั้ง…ความพร้อมชี้แจงและความเป็น “เอกภาพ” ของพรรคร่วม ข่าวความขัดแย้ง อาจ “เพิ่มแรงกดดัน” ให้กับ รัฐมนตรีบางคน? ใน 18 คนที่จะถูกฝ่ายค้านซักฟอก

และยังจะ “เปิดพื้นที่” ให้เกิดการคาดการณ์ในเรื่อง…ปรับคณะรัฐมนตรี หรือ เปลี่ยนองค์ประกอบรัฐบาล ที่จะมีตามมา???

การแสดงความใกล้ชิด! ระหว่าง…แกนนำของ 2 พรรครัฐบาล จึงมีประโยชน์ร่วมกัน โดยที่ พรรคภูมิใจไทยได้ภาพความมั่นคงของรัฐบาล ส่วน พรรคเพื่อไทย ก็ได้ยืนยันสถานะพรรคแกนนำที่ยังมีบทบาทในฝ่ายบริหาร

อย่างไรก็ตาม ความใกล้ชิดระหว่างบุคคลกับท่าทีอย่างเป็นทางการของพรรคต้องพิจารณาควบคู่กัน ความร่วมมือจะหนักแน่นเพียงใดต้องติดตามจากการตัดสินใจ การประสานนโยบาย และความสามารถจัดการข้อขัดแย้งเมื่อมีประเด็นจริงเข้าสู่การพิจารณา

“ทักษิณ” เพิ่มน้ำหนัก :

กรณี นายทักษิณ ชินวัตร น่าจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 พรรคถูกจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ กระแสข่าวนำเรื่องนิรโทษกรรมไปเชื่อมกับเสียงโหวตในศึกซักฟอก

แม้ก่อนหน้านี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า…ไม่มีดีลหรือข้อตกลงเพิ่มเติมใดๆ พร้อมยืนยันว่า…ทั้ง 2 พรรคทำงานร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว

ส่วนการพิจารณา…สิทธิของนายทักษิณ ถือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตามกฎหมาย

ขณะที่ รศ.ยุทธพร อิศรชัย อนุกรรมการกลั่นกรองฯ ระบุเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า…ที่ประชุมวันนั้นยังไม่มีคำร้องของนายทักษิณเข้าสู่การพิจารณา และปฏิเสธว่า…มีแรงกดดันเรื่องแลกเสียงโหวต

ข้อมูลที่ปรากฏในวันนี้ แม้จะยังไม่อาจด่วนสรุปว่า…มีการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นแล้ว

แต่ในทางการเมือง กระแสข่าวนี้…ได้เพิ่มความอ่อนไหวต่อทุกฝ่ายได้ เพราะทุกท่าทีระหว่าง…พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยอาจถูกตีความผ่านกรณีอดีตนายกฯทักษิณ

โจทย์ของทั้ง 2 พรรค ก็คือ…พวกเขาจะรักษาความไว้วางใจกันอย่างไร? พร้อมทำให้สังคมไทยเห็นว่า… กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายมีหลักเกณฑ์และเหตุผลที่ตรวจสอบได้จริง!

กล้าธรรมคานเกม :

พรรคกล้าธรรม เป็นอีก “ตัวแปร” ที่ทำให้ การประเมินอำนาจต่อรองซับซ้อนขึ้น! หากเป็น…ทางเลือกสนับสนุนรัฐบาลที่เกิดขึ้นได้จริง

พรรคภูมิใจไทย มีพื้นที่ตัดสินใจเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้เสียงของ พรรคเพื่อไทย เพื่อหวังจะกดดันรัฐบาล ก็อาจต้อง…แบกรับความเสี่ยง! เพิ่มสูงตามไปด้วย

แต่เงื่อนไขสำคัญ? อยู่ที่คำว่า…“เกิดขึ้นได้จริง!!!”

ถึงบรรทัดนี้ ทุกฝ่ายจึงต้องพิจารณา ทั้ง…จำนวนเสียง ท่าทีของพรรค รูปแบบความร่วมมือ และการยอมรับจากพรรคร่วมอื่น การสนับสนุนเฉพาะ “บางมติ” กับการเข้าร่วมรัฐบาลเต็มรูปแบบ ย่อมต้องมีต้นทุนที่แตกต่างกัน

นาทีนี้ จึงยังสรุปไม่ได้ว่า…พรรคกล้าธรรม พร้อมเข้ามาแทน พรรคเพื่อไทยได้ทันที

ขณะที่ ลึกๆ แล้ว ทุกฝ่ายย่อมรู้อยู่แก่ใจ ถึงความสัมพันธ์เชิงลึก ระหว่าง…2 ผู้ยิ่งใหญ่ในภาคเหนือ “ทักษิณ – ธรรมนัส”

ดังนั้น ทฤษฎี “แดง – เขียว – ส้ม” ก็มิอาจมองข้ามหัวไปได้ง่ายๆ เช่นกัน

และแม้ นายจุลพันธ์ จะยืนยันหนักแน่นว่า…ยังไม่มีการพูดคุยปรับโครงสร้างรัฐบาล และระบุด้วยว่า…หากจะเปลี่ยนองค์ประกอบพรรคร่วม ต้องมีสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีและหารือกันก่อน

กระนั้น ถึงจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่การมีทางเลือกที่แต่ละฝ่าย เชื่อว่า…“เป็นไปได้” ก็อาจส่งผลต่อระดับความแข็งหรือความยืดหยุ่นในการเจรจาแล้ว

แตกหัก ใครจ่าย :

อำนาจต่อรอง ต้องชั่งน้ำหนัก ทั้ง…สิ่งที่จะได้รับและสิ่งที่จะต้องสูญเสีย???

สำหรับ พรรคเพื่อไทย การอยู่ในรัฐบาล “เปิดพื้นที่” ผลักดันนโยบาย แสดงผลงาน และรักษาบทบาททางการเมือง กลับกัน…หากความสัมพันธ์แตกหัก! พรรคต้องประเมินว่า…จะรักษาอิทธิพลและสร้างทางเลือกใหม่ได้เพียงใด? แค่ไหน? อย่างไร?

ส่วน พรรคภูมิใจไทย การเปลี่ยนพรรคร่วมย่อมมีต้นทุน ทั้ง…การจัดสรรตำแหน่ง การตกลงนโยบาย และความต่อเนื่องของงาน

การรักษาพันธมิตรเดิม จึงอาจให้ความแน่นอนมากกว่าการเริ่มเจรจาชุดใหม่!!??

ขณะที่ พรรคกล้าธรรม เอง ก็ต้อง ชั่งน้ำหนัก เช่นกัน เพราะการมีชื่อเป็น…พรรคทางเลือก แม้จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองได้ แต่หากเข้าร่วมรัฐบาลจริง ต้องตกลงทั้งตำแหน่งและนโยบาย พร้อมรับผิดชอบต่อผลงานและปัญหาของรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรคในอนาคต

ทั้ง 3 ฝ่ายจึงมีข้อจำกัดของตนเอง ความร่วมมืออาจดำรงอยู่เพราะต่างฝ่ายเห็นว่าการรักษาสมดุลให้ประโยชน์มากกว่าการเสี่ยงเปลี่ยนเกม

ไพ่จริงอยู่ที่มติ :

หากจะประเมินว่า…ใครถือไพ่เหนือกว่ากัน??? ต้องติดตาม หลักฐานที่หนักแน่ นให้มากกว่า…ภาพชื่นมื่นหรือข่าวอ้างแหล่งข่าว ตั้งแต่…ท่าทีอย่างเป็นทางการของพรรค การประสานงานก่อนอภิปราย ไปจนถึง การลงมติและสัญญาณปรับรัฐบาล

สำหรับ พรรคภูมิใจไทย บททดสอบ ก็คือ…บริหารพรรคร่วม พร้อมตอบข้อสงสัยจากการตรวจสอบได้เพียงใด?

ส่วน พรรคเพื่อไทย ต้องแสดงให้เห็นว่า…การร่วมรัฐบาลสร้างผลงานและรักษาหลักการของพรรคอย่างไร?

ขณะที่ พรรคกล้าธรรม จะมีน้ำหนักแค่ไหน? ย่อมขึ้นอยู่กับท่าทีและการตัดสินใจที่ชัดเจนของตนเอง

ด้าน ประชาชนคนไทย จึงควรได้เห็นทั้ง…เหตุผลของความร่วมมือและความรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหา โดยเฉพาะ หากมีประเด็นจากการอภิปรายที่กระทบความไว้วางใจของสาธารณะ

ภาพที่ “หนู–เชน” จับมือ! อาจช่วยยืนยันความสัมพันธ์ในวันนี้ แต่คำตอบว่า…ใครถือไพ่เหนือกว่ากัน??? จะชัดเจนขึ้น! ต่อเมื่อ…แต่ละฝ่ายต้องเลือกกันจริงๆ ว่า…จะสนับสนุน ต่อรอง หรือยอมรับต้นทุนจากการเปลี่ยนความร่วมมือ และอธิบายการตัดสินใจนั้นต่อประชาชนคนไทยอย่างไร???.