• จันทร์ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14:36 น.

29 เครือข่ายใต้ค้านแก้ สสส. – ‘วันนอร์’ รับส่งถึงนายกฯ

BREAKING NEWS POLITICAL

ภาคีสุขภาพชายแดนใต้ ยื่น 5 ข้อเรียกร้อง ค้านเปลี่ยนเงินบำรุง สสส. เป็นงบรายปี ห่วงกระทบงานชุมชนและความเป็นอิสระ ด้าน ‘วันนอร์’ ย้ำแก้กฎหมายเฉพาะจุดที่มีปัญหา รักษากลไกที่เป็นประโยชน์ พร้อมนำหนังสือถึงมือนายกรัฐมนตรี เครือข่ายหนุนเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ ควบคู่รักษาแหล่งทุนสร้างเสริมสุขภาพ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ภาคีเครือข่ายป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดเวทีสาธารณะ “แก้ไข พ.ร.บ.สสส. ใครได้ ใครเสีย?” ณ ห้องประชุมเทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อข้อเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ก่อนยื่นหนังสือถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขอให้ส่งข้อเรียกร้องไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

ประเด็นสำคัญที่เครือข่ายแสดงความกังวล คือข้อเสนอให้ยกเลิกเงินบำรุงกองทุน สสส. อัตราร้อยละ 2 ที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนไปใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยเห็นว่าอาจกระทบความมั่นคงของแหล่งทุน ความต่อเนื่องของภารกิจ และความเป็นอิสระในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ภายในงานมี ปาฐกถาเรื่องภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ หรือ Earmarked Tax กับการสร้างเสริมสุขภาวะ โดย นักวิชาการจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมวงเสวนาถึงบทบาท สสส. ในการสร้างหุ้นส่วนการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงในชุมชน รวมทั้งเปิดให้ผู้เข้าร่วมเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี

นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ กล่าวว่า เครือข่าย 29 องค์กรได้ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ สสส. ไทยพีบีเอส กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยห่วงว่าการเปลี่ยนระบบรายได้เฉพาะไปเป็นงบประมาณรายปีจะทำให้ภารกิจสาธารณะขาดความแน่นอน

เครือข่ายให้เหตุผลคัดค้าน 5 ประการ ได้แก่ ผลกระทบต่อระบบเงินเพื่อภารกิจเฉพาะตามหลักผู้ก่อปัญหาเป็นผู้จ่าย การขาดการศึกษาผลกระทบรอบด้าน ความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจจะได้รับประโยชน์ การเปิดช่องให้การเมืองมีอิทธิพลต่อการจัดสรรงบประมาณ และข้อกังวลต่อการนำผลรับฟังความคิดเห็นมาใช้ประกอบการพิจารณา

นายวันอาฟันดี กล่าวว่า งานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา มัสยิด ผู้นำชุมชน และเครือข่ายประชาชน ครอบคลุมการลดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า การป้องกันอุบัติเหตุ และการส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน หากเปลี่ยนแหล่งเงินโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน อาจกระทบกิจกรรมชุมชนและโอกาสเข้าถึงงานสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง

ด้าน นายอับดุลปาตะ ยูโซะ ยืนยันว่า เครือข่ายสนับสนุนการตรวจสอบและยกระดับธรรมาภิบาลของ สสส. ทั้งความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และการประเมินผลสัมฤทธิ์ แต่เห็นว่าควรดำเนินการควบคู่กับการรักษากลไกเงินบำรุงร้อยละ 2 เพื่อให้ภารกิจเดินหน้าต่อเนื่อง

สำหรับข้อเรียกร้องในหนังสือเปิดผนึกมี 5 ข้อ คือ ขอให้ถอนร่างแก้ไขกฎหมาย สสส. หรือให้นายกรัฐมนตรีไม่ลงนามรับรอง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีผู้แทนทุกพรรคและภาคประชาสังคมร่วมศึกษา ขอให้ประเมินผลกระทบการเงินการคลังและงบรองรับระยะยาว คำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ยกระดับธรรมาภิบาลโดยรักษากลไกเงินบำรุงเดิม และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมพร้อมให้ความสำคัญกับผลรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการกฎหมาย

นายอับดุลปาตะกล่าวว่า การปฏิรูปกองทุนต้องอยู่บนฐานข้อมูลและการประเมินผลกระทบรอบด้าน โดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลถอนหรือไม่รับรองร่างแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ เพื่อรักษาระบบสนับสนุนภารกิจสุขภาพ สื่อสาธารณะ ผู้สูงอายุ และกีฬา

ด้าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายเพื่อแก้ข้อบกพร่องสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณารอบคอบและยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชน หากมีปัญหาจุดใดควรมุ่งแก้จุดนั้น โดยไม่ทำลายโครงสร้างหรือกลไกที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอยู่แล้ว

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เข้าใจข้อห่วงกังวลของเครือข่าย และเห็นความสำคัญของกลไกสนับสนุนภาคประชาชน เพราะงานสร้างเสริมสุขภาพต้องอาศัยจิตอาสาและผู้ปฏิบัติงานที่ใกล้ชิดชุมชน ขณะที่รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด พร้อมรับปากจะนำหนังสือมอบให้นายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง และประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ ยังชื่นชมบทบาทของ สสส. และภาคประชาสังคมที่ร่วมแก้ปัญหาสุขภาพและสังคมในพื้นที่ ทั้งยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมให้กำลังใจทั้ง 29 เครือข่ายในการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง.