(อุดรธานี…บททดสอบการเมือง ที่สุด! ผลงานจะถึงชาวบ้าน หรือคะแนนนิยมไหลสู่รัฐบาลอนุทิน?)
“ครม.สัญจร-อุดรธานี” รัฐบาลชู! เกษตร–ท่องเที่ยว–ค้าชายแดน–แก้ยาเสพติด ท่ามกลางข้อเสนอ 170 โครงการ กว่า 7.8 หมื่นล้านบาท ดันงานพืชสวนโลกและผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นโอกาสสร้างรายได้ แต่จะถึงคนไทยแค่ไหน? ก่อนฝ่ายค้านเปิดเวทีตรวจสอบ คำถามสำคัญคือ หลังคณะรัฐมนตรีกลับไปแล้ว ใครมีรายได้เพิ่ม? และพื้นที่เหลือจัดงานจะเหลืออะไร?
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน 2569 มีความหมายทั้งด้านการบริหารและการเมือง โดย รัฐบาล ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีโอกาสรับฟังปัญหา ผลักดันโครงการ และแสดงให้เห็นว่านโยบายส่วนกลางเชื่อมกับชีวิตประชาชนได้อย่างไร?
ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่พร้อมคณะรัฐมนตรี และการเปิดงานขนาดใหญ่ ย่อมสร้างพื้นที่สื่อสารผลงานของรัฐบาล ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็น…ความเชื่อมั่นและคะแนนนิยมได้ หาก ประชาชนไทย มองเห็นว่า…รัฐบาลตอบโจทย์ของตนได้จริง!
การได้ “ประโยชน์ทางการเมือง” จากผลงานของรัฐบาล ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่คำถามตามมา ก็คือ…
ผลงานนั้นเกิดขึ้นจริงเพียงใด? และผลประโยชน์กระจายถึงใคร?
ชงงบ ยังไม่จ่าย :
กรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า…ที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 รวบรวมข้อเสนอ 170 โครงการ วงเงินประมาณ 78,461 ล้านบาท ครอบคลุม…อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ เพื่อเสนอรัฐบาลพิจารณา
กระนั้น ตัวเลขนี้ ยังไม่ใช่งบที่ ครม.อนุมัติหรือเป็นเงินที่พร้อมจ่ายทั้งหมด คงต้องรอดูรายละเอียดหลังการประชุมฯ
ข้อเสนอแบ่งเป็น…เกษตรและอาหาร 38 โครงการ การค้าชายแดน 35 โครงการ ท่องเที่ยว 66 โครงการ และยาเสพติด 31 โครงการ โดยรายงานรายละเอียดระบุว่า…ด้านการค้าชายแดนมีวงเงินสูงสุดประมาณ 57,578 ล้านบาท หรือราว 3 ใน 3 ของทั้งหมด
สัดส่วนนี้ ทำให้ต้องอ่านทั้งสิ่งที่รัฐบาลชูเป็นประเด็นและรายละเอียดที่พื้นที่ขอรับการสนับสนุน โครงการชายแดนอาจเชื่อมตลาดให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้ แต่ต้องอธิบายเส้นทางประโยชน์ให้ชัดว่า…ใครใช้บริการ? ใครลดต้นทุน? และใครมีรายได้เพิ่ม?
ภายหลังการประชุมครม.สัญจร…รัฐบาลโดยทีมโฆษกฯ จึงควรเปิดเผยว่า…โครงการใดได้รับความเห็นชอบในหลักการ? โครงการใดได้งบจริง? ใช้แหล่งเงินใด? และต้องผ่านขั้นตอนอะไรต่อ? เพื่อให้ประชาชนไทยได้ติดตาม โดยไม่สับสนระหว่าง…ยอดเสนอ ยอดอนุมัติ และยอดเบิกจ่าย
เงินถึงใคร :
งานมหกรรมพืชสวนโลก ถือเป็น “โอกาสสำคัญ” ของ จ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดย ฝ่ายรัฐบาลคาดว่า…จะดึงผู้เข้าชมประมาณ 3.6 ล้านคน และกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท
คำอธิบายของ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่า…การเป็นเจ้าภาพควรพิจารณารายได้ที่ลงถึงชาวบ้าน ดังนั้น สิ่งนี้…จึงเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสำหรับตรวจผลงานรัฐบาลเอง
ผู้เข้าชมจำนวนมาก…อาจสร้างยอดขายให้โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจขนส่ง แต่ชุมชนจะได้ส่วนแบ่งเพียงใด? ขึ้นอยู่กับโอกาสเข้าถึงพื้นที่ขายสินค้า เส้นทางท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ และเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการรายเล็กแบกรับได้
ผ้าทอโนนกอก ที่ถูกนำมาเชื่อมกับ…ชุดรัฐมนตรี มีคุณค่าด้านการเผยแพร่อัตลักษณ์ แต่ผลทางเศรษฐกิจ ก็จะต้องดูต่อไปว่า…ช่างทอได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มหรือไม่? ราคาคุ้มแรงเพียงใด? และตลาดยังอยู่หลังข่าวการประชุมผ่านไปหรือเปล่า?
เมื่อจบงานใหญ่! ภาครัฐยังต้องมีแผนใช้ประโยชน์พื้นที่และรับผิดชอบค่าบำรุงรักษา เพื่อให้ทรัพย์สินที่ลงทุนไว้สร้างประโยชน์ต่อเนื่องแก่จังหวัด
แก้ทุกข์ให้ตรง :
ด้าน นโยบายเกษตร จะต้อง “พิสูจน์” ด้วย…รายได้สุทธิ ความแน่นอนของตลาด และต้นทุนที่ลดลง ส่วนการแก้ยาเสพติดต้องตอบเรื่องความปลอดภัยที่ครอบครัวและชุมชนสัมผัสได้
ข้อมูลทางการระบุว่า…“อุดรโมเดล พลัส” เชื่อมฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข ท้องที่ และท้องถิ่น ครอบคลุมการปราบปราม บำบัด และฟื้นฟูคืนสู่สังคม จึงมี…กรอบการทำงานที่กว้างกว่าการจับกุมเพียงอย่างเดียว!
การติดตามผลควรดูว่า…เครือข่ายค้ายาลดลงหรือไม่? ผู้ผ่านการบำบัดได้รับการดูแลต่อเนื่องแค่ไหน? และมีงานทำจนกลับไปใช้ชีวิตได้หรือเปล่า? พร้อม…เปิดเผยวิธีวัดผลและช่วงเวลาติดตามอย่างชัดเจน!
หากชาวบ้านยังเผชิญปัญหาเดิม แม้มีโครงการเพิ่ม ความเชื่อมั่นก็ยากจะยั่งยืน แต่หากรายได้ดีขึ้นและชุมชนปลอดภัยขึ้น ผลทางการเมืองย่อมมีฐานจากผลงานรองรับ
2 เวทีชิงเครดิต :
การลงพื้นที่เกิดขึ้นในช่วงที่ ฝ่ายค้านเตรียมตรวจสอบรัฐบาล ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวเมื่อ 30 ตุลาคมว่า…ข้อตกลงวิป 3 ฝ่ายวางช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้วันที่ 7–11 ธันวาคม ส่วนการใช้มาตรา 152 ยังต้องหารือและพิจารณาท่าทีรัฐบาล
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ย้ำเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า…เป้าหมายหลักยังเป็นมาตรา 151 และกำลังพิจารณากลไกใช้เวลาสภาเดือนพฤศจิกายนให้เกิดประโยชน์ ทั้งการตรวจสอบ งบประมาณ และกฎหมาย
ในเชิงวิเคราะห์…“รัฐบาลอนุทิน” จึงมี…เวทีพื้นที่สำหรับแสดงความสามารถในการบริหาร ขณะที่ ฝ่ายค้านเอง ก็มีเวทีสภาสำหรับทดสอบคำอธิบายและความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ รัฐบาลควรนำผลดำเนินงานที่ตรวจสอบได้เข้าสู่สภา ส่วน ฝ่ายค้านก็ควรใช้ข้อมูลชี้จุดบกพร่องและเสนอทางแก้ ประชาชนจึงจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันของทั้ง 2 ฝ่าย
หลัง ครม.กลับ :
บททดสอบสำคัญ! เริ่มหลังการประชุม เมื่อข้อเสนอต้องผ่านการพิจารณา งบประมาณต้องเข้าสู่ขั้นตอน และหน่วยงานต้องรับผิดชอบผลลัพธ์
หากเปิดเผยรายชื่อโครงการ วงเงิน ระยะเวลา และความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนไทย ก็จะประเมินได้ว่า…รัฐบาลทำตามคำประกาศเพียงใด? และฝ่ายค้านตรวจสอบตรงจุดหรือไม่?
“ครม.สัญจร” อาจทำให้ “รัฐบาลอนุทิน” ได้คะแนนนิยม แต่คะแนนนั้น ก็ควร เติบโตจาก…เกษตรกรที่มีรายได้ดีขึ้น ผู้ประกอบการที่เข้าถึงตลาด และครอบครัวที่อยู่ในชุมชนปลอดภัยขึ้น
เมื่อคณะรัฐมนตรีกลับกรุงเทพฯ สิ่งที่เหลืออยู่ในพื้นที่จึงเป็นคำตอบ ว่า…ครั้งนี้ผลงานถึงชาวบ้าน และคะแนนนิยมถึงรัฐบาลอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่???.

