• ศุกร์ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 15:37 น.

กมธ.พาณิชย์จี้รัฐ! เจรจาจีน ผ่อนตรวจ SO₂ ลำไย

BREAKING NEWS ECONOMY

เผย! จีนเปลี่ยนวิธีตรวจสารตกค้าง จากเนื้อลำไยเป็นเนื้อผสมเปลือก ทำส่งออกสะดุดและราคาหน้าสวนร่วง ผลผลิตภาคตะวันออกเหลือ 2.8–3 แสนตัน ชาวสวนกว่า 1 หมื่นรายเสี่ยงได้รับผลกระทบ “กมธ.การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา” เสนอเจรจารัฐบาลต่อรัฐบาล เร่งเทคโนโลยี กระจายตลาด และฟื้น พ.ร.บ.ลำไย

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธาน ประชุม กมธ. ครั้งที่ 19 เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการตรวจสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) ในลำไยส่งออกไปจีน และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยมี หน่วยงานรัฐ ผู้ส่งออก และตัวแทนชาวสวนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ท่ามกลางความกังวลว่า ผลกระทบจะรุนแรงขึ้นเมื่อผลผลิตภาคตะวันออกออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570

ปัญหาสำคัญเกิดจากแนวทางตรวจที่เปลี่ยนไป จากพิธีสารไทย-จีนปี 2547 ซึ่งกำหนดค่าตกค้างไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมในเนื้อลำไย มาเป็นการตรวจเนื้อและเปลือกร่วมกัน ขณะที่สาร SO₂ ส่วนใหญ่เกาะอยู่บนเปลือก จึงมีโอกาสตรวจพบค่าเกินเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น

ผู้ประกอบการ ระบุว่า การลดปริมาณสารรมลงมีข้อจำกัดด้านคุณภาพและอายุสินค้า ผลทดลองใช้กำมะถัน 0.5 กิโลกรัมต่อลำไย 1 ตัน ยังพบสารตกค้างที่เปลือก 274 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จากระดับปกติ 377 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หากลดลงอีก ลำไยอาจคล้ำดำและเก็บในตู้เย็นได้เพียง 5–8 วันก่อนเริ่มเน่าเสีย

ผลกระทบเริ่มเห็นจากคำสั่งซื้อที่ชะลอลง หลังมีรายงานตรวจพบสารตกค้างและลงโทษผู้ค้าปลีกในจีน ผู้ประกอบการ ระบุว่า การส่งออกเดือนตุลาคมลดเหลือเฉลี่ยกว่า 20 ตู้ต่อสัปดาห์ จากเดิม 40–50 ตู้ต่อสัปดาห์

ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง โดยเฉพาะจันทบุรีและสระแก้ว คาดมีผลผลิตทั้งปีประมาณ 440,000 ตัน และยังเหลือทยอยออกสู่ตลาดอีก 280,000–300,000 ตัน ขณะที่ ตลาดหลักคือลำไยช่อสดส่งจีน โรงอบในพื้นที่มีไม่เพียงพอ ส่วนโรงอบภาคเหนือยังติดข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต

ตัวแทนเกษตรกร ระบุว่า ชาวสวนในอำเภอสอยดาวและโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี กว่า 10,000 รายได้รับผลกระทบ ล้งและโรงอบบางแห่งไม่รับซื้อผลผลิตตามราคาที่ตกลงไว้ 30–32 บาทต่อกิโลกรัม หรือทิ้งเงินมัดจำ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับความเสี่ยงเอง ขณะที่สหกรณ์หลายแห่งยังมีหนี้ขาดทุนสะสมตั้งแต่ปี 2560–2561 บางแห่งสูงถึง 20 ล้านบาท 100 ล้านบาท และ 130 ล้านบาท จนเงินทุนหมุนเวียนลดลง

ที่ประชุมเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจากับจีนในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) ขอผ่อนปรนการตรวจเป็นการชั่วคราว โดยกลับไปใช้แนวทางตามพิธีสารเดิมระหว่างที่ไทยปรับปรุงกระบวนการผลิต พร้อมให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมผลักดันการหารือ และใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ประกอบการเจรจา รวมถึง กำหนดกรอบเวลาปรับตัวที่ชัดเจน โดยเสนอใช้โอกาสที่นายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เฉียง มีกำหนดเยือนไทยในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นเวทีหารือหาทางออก

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร รายงานว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึง 20 ตุลาคม 2569 ไทยส่งออกลำไยไปจีน 2,588 ตู้ ถูกแจ้งเตือนหรือตีกลับ 15 ตู้ จากผู้ส่งออก 7 รายและผู้ผลิต 9 ราย ตรวจพบ SO₂ ระหว่าง 60–231 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยยืนยันว่ามีระบบควบคุมมาตรฐานสวน GAP โรงคัดบรรจุ GMP และสุ่มตรวจในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO 17025 ก่อนออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

ด้านเทคโนโลยี สำนักงาน คปภ. และภาคีเสนอเร่งทดสอบงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และภาคเอกชน เพื่อหาวิธีลดสารตกค้างโดยไม่ทำให้คุณภาพลำไยเสียหาย ทั้งระบบ Liquid Sulfur Spray Line ที่ช่วยกระจายก๊าซให้ทั่วตู้คอนเทนเนอร์ แต่ยังมีต้นทุนอุปกรณ์ ขณะที่การใช้โอโซนอาจทำให้ผิวช้ำและสีไม่สวย ส่วนกรดไฮโดรคลอริกยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและการเน่าเสียระหว่างขนส่ง

ควบคู่กันนี้ กรมการค้าภายในเตรียมประสานห้าง ตลาดกลาง รถเร่ และสหกรณ์ ช่วยกระจายผลผลิตในประเทศ รวมถึงหารือโรงอบภาคเหนือให้ช่วยรับซื้อ ส่วนลำไยที่ถูกส่งกลับจากจีนอาจนำมาผึ่งระบายก๊าซหรือแปรรูป ก่อนพิจารณาส่งต่อไปตลาดอื่น

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เสนอขยายตลาดลำไยอบแห้งและแปรรูปไปยังอินเดีย ตะวันออกกลาง อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเจาะ ตลาดโรงแรมและภัตตาคาร รวมถึง พัฒนามาตรฐานฮาลาลรองรับความต้องการในช่วงถือศีลอด แนวทางนี้ สอดคล้องกับตัวเลขส่งออกลำไยสดที่ลดจาก 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เหลือ 514 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ขณะที่ ลำไยอบแห้งและแปรรูปเพิ่มจาก 223 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็น 297 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตประมาณ 33%

ระยะยาว ตัวแทนเกษตรกรเสนอให้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ลำไยกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภา เพื่อสร้างกลไกดูแลอุตสาหกรรมตั้งแต่การผลิต การตลาด การแปรรูป ไปจนถึงการช่วยเหลือเกษตรกร โดย กมธ. เตรียมนำข้อเสนอจากทุกฝ่ายไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทางรักษาตลาดส่งออกและลดภาระความเสียหายที่กำลังตกอยู่กับชาวสวนลำไยไทย.