(‘ตระหนักแต่อย่าตระหนก!’ รับวิกฤตโลก! อนุทินย้ำ…อาหารยังมั่นคง – สีหศักดิ์ ชูแผนอพยพ?)
“นายกฯอนุทิน” ยืนยัน ไทยมีความมั่นคงด้านอาหารและแผนสำรองพลังงาน ย้ำ! คนไทยยังไม่ต้องกักตุนเหมือนทั่วโลก ขณะที่ “รองนายกฯ สีหศักดิ์” เผย! สถานทูตไทยพร้อมติดตามคำเตือนในแต่ละประเทศ ระบุ! กองทัพพร้อมร่วมแผน “เตรียมอพยพคนไทย” หากสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น
สมช.ไม่ได้สั่งสำรอง 72 ชั่วโมง :
สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพิ่งชี้แจงเมื่อวานี้ (29 ต.ค.2569) โดยยืนยันว่า…สนช.ไม่ได้ออกประกาศหรือขอให้ประชาชนสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และของจำเป็นให้พอใช้ 72 ชั่วโมง ตามที่มีการเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม สมช. ยังติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมตามความเหมาะสม
คำชี้แจงนี้ ทำให้ต้องแยกให้ชัดระหว่าง คำแนะนำเตรียมพร้อมของต่างประเทศ กับ ประกาศเตือนประชาชนของไทยเพราะแนวทางแต่ละประเทศต่างกัน ตั้งแต่…
สำรองอาหารและของใช้นาน 3 วัน ไปจนถึง 10–14 วัน ตามบริบทของแต่ละประเทศและความเสี่ยง เช่น ภัยพิบัติหรือไฟฟ้าดับวงกว้าง แต่นั่น ก็ไม่ได้หมายความว่า…ทุกประเทศกำลังเตือนเรื่องสงครามใกล้เกิดขึ้น แต่อย่างใด?
อนุทินย้ำ! อาหารมั่นคง – มีแผนพลังงาน :
หลังจากวันที่ 29 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ ถึงกระแสโลก ที่รัฐบาลหลายประเทศ ประกาศเตือนให้คนของตัวเองสำรองข้าวปลาอาหารและของใช้จำเป็น ตั้งแต่ 3 วันถึง 2 สัปดาห์ โดยกล่าวว่า…ยังไม่ทราบเรื่องคำแนะนำของหลายประเทศ
ก่อนย้ำว่า…“เราควรตระหนักตลอดเวลา แต่ก็ต้องไม่ตระหนก”
ต่อมา สายวันนี้ (30 ตุลาคม) นายกฯอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์ เชิงขยายความที่ว่า…ประชาชนไม่ต้องกักตุนอาหาร เพราะไทยยังมีความมั่นคงด้านอาหาร ทั้งผลผลิตทางการเกษตร วัตถุดิบ และการเข้าถึงแหล่งผลิต พร้อมกับยืนยันหนักแน่นว่า…รัฐบาลเตรียมแผนสำรองด้านพลังงานไว้ตลอดเวลา
แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า…ตอนนี้ เริ่มเสียงประชาชนไทยที่ “แทงสวน” (คิดสวนทางกับรัฐบาล) สิ่งนี้…อาจสะท้อน ความไม่เชื่อมั่นรัฐบาลหรือไม่? นายกฯอนุทิน ตอบแค่เพียงว่า “ครับ ๆ”
คำตอบสั้น ๆ นี้ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า…ความไม่เชื่อมั่นเป็นเหตุผลของประชาชนทั้งหมด แต่เป็นประเด็นทางการเมืองที่รัฐบาลควรรับฟัง และตอบด้วยข้อมูลเรื่องความพร้อมให้ชัดเจนขึ้น
“สีหศักดิ์” เผยสถานทูตติดตาม – เตรียมแผนอพยพ :
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ระบุว่า…สถานทูตไทยจะติดตามประกาศเตือนของประเทศที่มีคนไทยพำนักอยู่ และแจ้งให้คนไทยเตรียมพร้อมตามคำแนะนำของรัฐบาลประเทศนั้น
ส่วนกรณี สถานการณ์รุนแรง จนต้องเคลื่อนย้ายคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง กระทรวงต่างประเทศได้เตรียมแผนร่วมกับกองทัพไทยไว้แล้ว โดยมีประสบการณ์จากการอพยพในสถานการณ์สู้รบครั้งก่อน
นี่คือ…ส่วนที่ทำให้ข่าวไม่ใช่เพียงเรื่อง “ตุนอาหารหรือไม่?” แต่ยังเกี่ยวกับ…การดูแลคนไทยในต่างประเทศ และความพร้อมของรัฐต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่อาจขยายวงกว้างออกไป จนเกินจะควบคุมได้
วิกฤตไม่ต้องมีสงครามก็สะเทือนชีวิต :
จากเหตุวิกฤตการแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19 และปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในพื้นที่ ลาดกระบัง มีนบุรี และคลองจั่น ประเด็นนี้ ได้เตือนให้ทุกฝ่ายของไทยได้เห็นว่า…อาหาร ยา และของจำเป็น ก็อาจจะเข้าถึงยากได้ แม้จะไม่มีสงคราม
นั่นเพราะ…ร้านค้าปิด เส้นทางขนส่งขาด หรือไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้การไม่ได้
การสำรอง “เงินสด” จึงเป็นอีกเรื่องที่ควรอยู่ใน…แผนรับมือของทุกครัวเรือนไทย!
ใครจะรู้?…วันข้างหน้า อาจเกิดปัญหากับการซื้ออาหารและสินค้าจำเป็น หากระบบชำระเงินดิจิทัลหรือ ATM เกิดการขัดข้อง จะเพราะระบบไฟฟ้ามีปัญหา หรือสัญญาณอินเตอร์เน็ตขัดข้อง
ดังนั้น จึงมีบางประเทศ ที่รัฐบาลได้ออกประกาศแนะนำให้ประชาชนของตัวเองได้เตรียมสำรองเงินสดไว้ซื้อของจำเป็น ควบคู่กับน้ำดื่ม ยาประจำตัว ไฟฉาย และอุปกรณ์สื่อสารสำรอง
รัฐต้องตอบด้วยข้อมูลที่ประชาชนตรวจสอบได้ :
ความเสี่ยงจากวิกฤตโลก! อาจส่งผ่านจากปัญหา…ราคาพลังงาน การขนส่ง และต้นทุนปุ๋ย ก่อนกระทบต้นทุนอาหาร นี่จึงเป็น…เหตุผลให้รัฐติดตามห่วงโซ่อุปทานและเตรียมแผนรองรับ แม้ยังไม่มีประกาศว่าไทยกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร
รัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า…อาหารมั่นคงและมีแผนพลังงาน ส่วน กระทรวงการต่างประเทศ ก็ยืนยันเช่นกันว่า…มีช่องทางเตือนและแผนอพยพคนไทยแล้ว
ดังนั้น ขั้นต่อไปจึงควรสื่อสารให้ประชาชนไทย ได้มองเห็นภาพชัดๆ ว่า…ณ ยามนี้
รัฐเตรียมอะไรไว้?
ใครรับผิดชอบ?
และ ประชาชนควรทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุจริง?
เพื่อให้…วลีการเมือง ที่หลุดออกจากปาก นายกรัฐมนตรี ว่า…“ตระหนักแต่อย่าตระหนก” ได้มาพร้อมกับ…ความเชื่อมั่นที่ตั้งอยู่บนข้อมูลและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน…ปฏิบัติได้จริง!!!.

