• พุธ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 15:28 น.

ผัดกะเพราการเมือง

BREAKING NEWS POLITICAL

 (‘ซักฟอกเผ็ด – นโยบายหวาน’ จับตารัฐบาลกับฝ่ายค้าน! ใครปรุง ใครคุมไฟ? ใครเสิร์ฟคำตอบถึงประชาชน)


จาก “กะเพรา 4 สายพันธุ์” สู่กระทะการเมือง เมื่อรัฐบาลต้องรับทั้งคำถามเรื่องทุนใหญ่ ศึกซักฟอก และปัญหาปากท้อง ขณะที่ฝ่ายค้านเผชิญบททดสอบความแม่นยำของข้อมูล การเมืองจานนี้จึงต้องชิมให้ถึงเนื้อในว่า ความเข้มข้นที่เห็นคือรสของข้อเท็จจริง หรือเครื่องปรุงกลบคำถามที่ยังไร้คำตอบ

กะเพราหนึ่งกำ กับคำถามเรื่องความเชื่อมั่น :

“ปลูกเต็มที่เลยครับ”

คำตอบของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ก่อนหน้านี้…ต่อข้อกังวล กรณี เอกชนจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ ประโยคการเมืองข้างต้น อาจช่วยคลายความกังวลของประชาชนไทยได้ระดับหนึ่ง

แต่ในทางการเมือง คำรับรองจากผู้นำยังต้องมีรายละเอียดจากหน่วยงานรับผิดชอบรองรับ

กรมวิชาการเกษตร ชี้แจงว่า…สิทธิคุ้มครองจำกัดเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับการจดทะเบียน ไม่ได้ครอบคลุมกะเพราทั้งหมด ประชาชนจึงไม่ควรเหมารวมว่ากะเพราพื้นบ้านกลายเป็นสมบัติของบริษัท หรือปลูกกินปลูกขายไม่ได้แล้ว

กระนั้น ความกังวลก็สะท้อนโจทย์ใหญ่กว่าพืชสวนครัว นั่นคือ…ประชาชนไทยเข้าใจและเชื่อมั่นเพียงใดว่า กติกาของรัฐสามารถคุ้มครองทั้งนวัตกรรมของผู้ลงทุนและโอกาสของคนตัวเล็กได้อย่างเป็นธรรม

เรื่องกะเพรา…จึงเป็น “ประตู” สู่คำถามทางการเมือง โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินว่า…เอกชนทำผิด หรือรัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้ใคร? ก่อนมีหลักฐานจริงมายืนยัน!

ซักฟอกเผ็ด แต่กระทะยังรอขึ้นเตา :

วัตถุดิบเผ็ดร้อนของการเมือง ณ เวลานี้ คงหนีไม่พ้น…ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล 18 คน ที่ฝ่ายค้านยื่นตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม

แต่ก่อนถึงการประชันข้อมูล ทั้ง 2 ฝ่ายกลับต้องต่อรองกันเรื่องวันและเวลา ฝ่ายค้านเสนออภิปราย 5 วัน รวม 60 ชั่วโมง ขณะที่ ฝ่ายรัฐบาลเคยเสนอกรอบ 4 วัน ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมว่า คณะรัฐมนตรีสะดวกตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป ส่วนรายละเอียดให้วิปหารือกัน

จึงต้องแยกให้ชัด! ว่า…วันที่รัฐบาลแจ้งความพร้อมยังไม่ใช่ข้อยุติวันอภิปรายอย่างเป็นทางการ

ในเชิงยุทธศาสตร์ เวลาที่ขยับออกไปมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง รัฐบาลมีเวลาเตรียมคำชี้แจง ฝ่ายค้านมีเวลาเติมหลักฐาน แต่ก็ต้องรักษาความสนใจของสังคม ขณะที่ ปัญหาซึ่งเป็นต้นเหตุของคำถามไม่ได้หยุดรอปฏิทินสภา!!??

ผู้ได้เปรียบจึงอาจเป็นฝ่ายที่ใช้เวลาสร้างคำอธิบายได้หนักแน่นกว่า มากกว่าฝ่ายที่ต่อรองจำนวนชั่วโมงได้มากกว่าเพียงอย่างเดียว

เครื่องปรุงต้องจริง ระวังเผ็ดแล้วเข้าตัว :

บททดสอบสำคัญของฝ่ายค้าน นั่นคือ…ความแม่นยำของข้อมูล โดยเฉพาะ กรณีเผยแพร่ภาพสลิปโอนเงินเจ็ดล้านบาทที่พาดพิงนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ธนาคารกสิกรไทย ชี้แจงว่า…ไม่พบเลขบัญชีผู้รับตามภาพในระบบ ก่อนมีผู้ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบความรับผิดชอบของ สส.ที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

การยื่นคำร้อง! ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่า…ผู้ถูกร้องกระทำผิด แต่เหตุการณ์นี้เตือนว่า ข้อมูลที่หวังใช้โจมตีอาจย้อนกลับมาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของผู้ตรวจสอบเอง หากตรวจต้นทางไม่รอบคอบ

ฝ่ายค้านจึงต้องคัดวัตถุดิบก่อนลงกระทะ แยกเอกสารจริงออกจากข้อมูลส่งต่อ และพร้อมแก้ไขเมื่อพบความคลาดเคลื่อน เพราะความผิดพลาดหนึ่งเรื่องอาจทำให้ประชาชนลังเลต่อข้อมูลเรื่องอื่นที่ถูกต้องด้วย

ฝ่ายรัฐบาล เอง ก็ไม่ควร ใช้ความผิดพลาดของผู้ตรวจสอบเป็นคำตอบครอบจักรวาล ข้อมูลชิ้นหนึ่งมีปัญหา ไม่ได้ทำให้ทุกคำถามเกี่ยวกับการบริหารราชการหมดความสำคัญ รัฐมนตรีแต่ละคนยังต้องตอบข้อสงสัยในความรับผิดชอบของตนด้วยหลักฐาน

นโยบายหวาน ต้องชิมถึงเงินในกระเป๋า :

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมีนโยบายมาปรุงรสหวาน ทั้งโซลาร์ภาคประชาชนและการลดภาษีสรรพสามิต E20–B20 ซึ่งมีเป้าหมาย…ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

มาตรการเหล่านี้ สร้างโอกาสให้รัฐบาลสื่อสารผลงานท่ามกลางแรงกดดันทางการเมือง แต่ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอจะสรุปว่าออกมาเพื่อกลบศึกซักฟอกโดยตรง

สิ่งที่ควรตรวจ คือ…ผลประโยชน์ถึงประชาชนแค่ไหน? ผู้สนใจโซลาร์มีเงินลงทุนส่วนที่เหลือหรือไม่? ครัวเรือนที่เข้าไม่ถึงโครงการได้ทางเลือกอะไร? ส่วน การลดภาษีน้ำมันส่งผ่านถึงหน้าปั๊มเท่าไร? และช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันเท่าไร?

รสหวานของนโยบาย จึงต้อง “วัด” ด้วย…รายจ่ายที่ลดลงจริง ไม่ใช่เพียงยอดวงเงินหรือข้อความบนเวทีแถลงข่าว เช่นเดียวกับ รสเค็มของการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ ที่ต้องตรวจว่า…ใครเป็นผู้จ่ายต้นทุนท้ายที่สุด?

กลมกล่อมบนเวที ต้องอิ่มถึงประชาชน :

ผัดกะเพราการเมืองจานนี้ มีทั้งเผ็ด ร้อน เค็ม หวาน คลุกจนชวนติดตาม ส่วน รสเปรี้ยว ที่เว้นไว้เป็นเพียง…ลูกเล่นของจาน ไม่จำเป็นต้องจับฝ่ายใดมาแทนรสชาติให้ครบ

สิ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ คือ…ข้อเท็จจริง!!!

รัฐบาล ต้องพิสูจน์ว่า…คุมไฟบริหารประเทศได้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบ ฝ่ายค้าน ต้องพิสูจน์ว่า…ความเผ็ดมีหลักฐานเป็นเนื้อเป็นหนัง และ ประชาชนไทย จะต้องได้มากกว่าการนั่งดมกลิ่นจากหน้าครัว

เพราะ คำถามสุดท้ายของการเมือง! ไม่ได้อยู่ที่…ใครผัดเสียงดังที่สุด! แต่อยู่ที่…เมื่อยกจานลงจากเตาแล้ว ประชาชนได้กินอะไร? และต้องจ่ายราคาเท่าไร?.