(‘ผอ.ทรงพล’ ชูธง! เวทีคู่ขนาน IMF – World Bank เชื่อมเงินทุน–อาชีพ–ตลาด สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ)
ออมสินประกาศทิศทาง “Smart Social Bank for All Lives” บนเวที FUTURE-READY ECONOMY 2026 ขยายโอกาสเข้าถึงทุนควบคู่ทักษะอาชีพและช่องทางตลาด พร้อมวางยุทธศาสตร์ 5 ปี สู่ “กระดูกสันหลัง” ทางการเงินของประเทศ
ทุนต้องถึงคน :
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เข้าร่วมงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ภายใต้แนวคิด “Designing Capital for the Future” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางใช้เงินทุนสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พัฒนาคนและสังคม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน และเสริมความพร้อมของเศรษฐกิจในการรับมือความเปลี่ยนแปลง

นายทรงพล ร่วมเสวนาหัวข้อ “LeaderSHIFT Dialogue on Capital for Growth” ซึ่งตั้งคำถามสำคัญว่า… สถาบันการเงินจะเปลี่ยนทุนให้กลายเป็นการเติบโตที่เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นอย่างไร โดยนำเสนอทิศทางของออมสินในการขยายโอกาสทางการเงิน ควบคู่กับการเสริมศักยภาพให้ประชาชนนำทุนไปสร้างรายได้และวางรากฐานชีวิตอย่างมั่นคง
งานดังกล่าวจัดขึ้นในฐานะ กิจกรรมคู่ขนานอย่างเป็นทางการ หรือ Official Side Event ของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ณ NEX Hall ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ภายในงานมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “Future-ready Thailand” และ นายมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD กล่าวปาฐกถาเปิดงาน พร้อมด้วย ผู้นำภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง
โตอย่างมีคุณภาพ :
ธนาคารออมสินนำเสนอแนวทางสู่การเป็น “Smart Social Bank for All Lives” โดยมุ่ง ขยายโอกาสทางการเงินให้ตอบโจทย์ประชาชนในแต่ละช่วงชีวิต ด้วยมุมมองว่า…ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สะท้อนความเหลื่อมล้ำและข้อจำกัดในการเข้าถึงทุนของประชาชนบางกลุ่มได้ครบถ้วน
การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงควรดำเนินไปพร้อมกับ การเติบโตอย่างมีคุณภาพ หรือ Quality Growth เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการเพิ่มผลิตภาพ ความยั่งยืน และความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
ในฐานะ สถาบันการเงินของรัฐ ธนาคารออมสิน จึงให้ความสำคัญกับ Capital Inclusion หรือการส่งเสริมการเข้าถึงทุนและบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสร้างประวัติเครดิตและเข้าถึงเงินทุนในต้นทุนที่เหมาะสม พร้อมสนับสนุนความรู้ด้านการบริหารเงิน วินัยการออม และทักษะอาชีพ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ต่อยอดธุรกิจ และสร้างฐานการเงินระยะยาว

เติมทุน เสริมรายได้ :
ผอ.ธนาคารออมสิน ระบุว่า…ตั้งแต่ปี 2568 ถึงปัจจุบัน ได้สนับสนุนสินเชื่อแก่ลูกค้ารายย่อยแล้วกว่า 1.86 ล้านคน ส่งเสริมวินัยทางการเงินและการออมแก่ประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน และสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรวมกว่า 220,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินได้พัฒนาทักษะอาชีพตามมาตรฐานให้ประชาชนกว่า 37,000 คน พร้อมส่งเสริมช่องทางจำหน่ายสินค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์แก่ร้านค้ากว่า 10,000 แห่ง โดยธนาคารรายงานว่า..ผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20%
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเชื่อมเงินทุนเข้ากับความรู้ ทักษะอาชีพ และการเข้าถึงตลาด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และต่อยอดธุรกิจ ทั้งนี้ ในปี 2568 ธนาคารออมสิน ระบุว่า…การดำเนินภารกิจเพื่อสังคม หรือ Social Impact สร้างประโยชน์แก่ประชาชนกว่า 3.7 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคมกว่า 22,000 ล้านบาท
วางฐานการเงิน 5 ปี :
สำหรับ แผนยุทธศาสตร์ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ธนาคารออมสินมุ่งเป็น “กระดูกสันหลังทางการเงินของประเทศ” ผ่านการสร้างฐานการเงินที่เข้มแข็งให้ประชาชนและผู้ประกอบการ ส่งเสริมการออมและวินัยทางการเงิน ขยายโอกาสเข้าถึงทุนแก่กลุ่มฐานรากและ SMEs ตลอดจน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้เหมาะกับความต้องการในทุกช่วงชีวิต
นอกจากนี้ ธนาคารยังเตรียมขยายความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และชุมชน เพื่อเชื่อมการสนับสนุนเงินทุนกับการพัฒนาความรู้ อาชีพ และช่องทางตลาด รวมถึงต่อยอดสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยให้ประชาชนและธุรกิจเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น
โดยเฉพาะ ผู้ที่เคยมีข้อจำกัดในการเข้าถึงทุน ให้สามารถสร้างรายได้และมีฐานการเงินที่มั่นคง พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามจุดยืน “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”
บทวิเคราะห์ – เชื่อมทุนสู่โอกาส :
จุดที่น่าสนใจ! ของทิศทางธนาคารออมสิน นั่นคือ…การวางบทบาทธนาคารให้ครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึงเงินทุนไปจนถึงความสามารถในการใช้ทุนสร้างรายได้ เพราะสำหรับ ประชาชนฐานรากและผู้ประกอบการรายเล็ก เงินทุนจะสร้างประโยชน์ได้มากขึ้น เมื่อมีทักษะอาชีพ ความรู้ทางการเงิน และช่องทางขายรองรับ การเชื่อมองค์ประกอบเหล่านี้จึงมีศักยภาพช่วยให้ลูกค้าต่อยอดอาชีพ เพิ่มรายรับ และค่อย ๆ สะสมความมั่นคงทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ

สร้างฐานให้เศรษฐกิจ :
ในเชิงโครงสร้าง แนวทาง Capital Inclusion สามารถเป็นสะพานให้ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านประวัติเครดิตหรือโอกาสทางการเงินเข้าสู่บริการในระบบได้มากขึ้น ขณะที่ การส่งเสริมการออมและวินัยทางการเงินควบคู่กัน ช่วยวางพื้นฐานให้การเข้าถึงทุนสัมพันธ์กับความพร้อมของผู้ใช้ทุน
หากขยายผลอย่างต่อเนื่อง แนวทางนี้ย่อมมีโอกาสเสริมความแข็งแรงให้เศรษฐกิจฐานราก ทั้งในมิติการประกอบอาชีพ การดำเนินธุรกิจ และความสามารถรับมือความผันผวนของครัวเรือน
บทบาทไทยบนเวทีโลก :
การนำแนวทางดังกล่าวขึ้นแลกเปลี่ยน ในเวทีคู่ขนาน IMF–World Bank ยังเป็นโอกาสให้ธนาคารออมสินสามารถจะสื่อสารประสบการณ์ของสถาบันการเงินรัฐไทยในการเชื่อมภารกิจทางการเงินกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต
พร้อม เปิดพื้นที่เรียนรู้และต่อยอดความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ สำหรับยุทธศาสตร์ 5 ปีข้างหน้า
ดังนั้น ความมุ่งหมายที่จะเป็น “กระดูกสันหลังทางการเงินของประเทศ”จึงมีความหมายอยู่ที่…การสร้างฐานรองรับให้ประชาชนและธุรกิจเข้าถึงโอกาส ใช้ทุนได้เกิดประโยชน์ และเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงนั่นเอง!!!.



