• พุธ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 09:41 น.

เปิดทำเนียบฯ เปิดโอกาสไทย

BREAKING NEWS POLITICAL

(‘อนุทิน’ รับ…ผู้นำ IMF–World Bank ชู ‘เสน่ห์ไทย’ สร้างภาพจำ? เดิมพัน ‘รายได้ – ลงทุน’ หลังจบประชุม)

 
“นายกฯอนุทิน” ตรวจพร้อมทำเนียบรัฐบาล จัด Thailand Welcome The World ต้อนรับ “ผู้นำการเงินโลก” ค่ำนี้ 14 ตุลาคม ดึง “เนเน่ รอยัล” ร่วมสร้างความประทับใจ ผ่านอาหารและดนตรี ท่ามกลาง “โจทย์สำคัญ” ของรัฐบาล ที่สุด! จะเปลี่ยน “ภาพจำไทย” ให้เป็นความเชื่อมั่น รายได้ และการลงทุนที่ส่งถึงประชาชนได้อย่างไร?

เปิดบ้านรับโลก :

ค่ำวันนี้ (14 ตุลาคม 2569) ทำเนียบรัฐบาล…จะ “เปิดประตู” ต้อนรับ…รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลาง ที่เข้าร่วมการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ในงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ภายใต้ธีม “Thailand Welcome The World”

โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะ “หัวหน้ารัฐบาลไทย” รับบท…เจ้าภาพจัดงานนี้

ก่อนถึงงานหนึ่งวัน นายอนุทิน ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า…มาตรวจความพร้อมที่ตึกสันติไมตรี ด้วยตัวเอง สถานที่จัดงาน…เตรียมตกแต่งด้วยดอกไม้ พร้อมการบรรเลงของ วงเซราะกราว ซิมโฟนีออร์เคสตรา และ อาหารไทยขึ้นชื่อ อย่าง…ต้มยำกุ้ง เพื่อให้ แขกจากนานาประเทศ ได้สัมผัสกับ…บรรยากาศการต้อนรับแบบไทยๆ

หนึ่งใน “ไฮไลต์” ของค่ำคืนนี้ นั่นคือ…การแสดงของ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ “เนเน่ รอยัล” แชมป์รายงาน America’s Got Talent (AGT) ซีซัน 21 ประจำปี 2026 ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณที่เดินทางมาร่วมร้องเพลง พร้อมเล่าว่า…

“ผู้นำการเงินโลก” ที่พบก่อนหน้านี้ ต่างรู้จัก “เนเน่” และตื่นเต้นที่จะได้รับชมการแสดงของเธอ

นายอนุทิน เปิดเผยว่า…“เนเน่” ตั้งใจเลือกเพลงที่ผู้ร่วมงานรู้จัก โดยตนฝากให้ร้องเพลงที่สร้างชื่อจากการประกวด โดยเฉพาะ “Zombie” และจะมีเพลงไทยอย่าง “ซมซาน” ด้วย เมื่อถูกถามว่า…จะร่วมร้องเพลงหรือไม่? นายกรัฐมนตรีตอบว่า…

“ผม…ดนตรีอยู่ในหัวใจอยู่แล้ว แค่ฟังก็มีความสุขแล้ว”

บรรยากาศผ่อนคลาย ดังกล่าว มีความหมายอย่างมาก ต่อการ…สร้างความสัมพันธ์ เพราะ…“ผู้ร่วมโต๊ะอาหาร” ครั้งนี้ มีบทบาทกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ บริหารธนาคารกลาง และ เชื่อมโยงเครือข่ายการเงินระหว่างประเทศ

ดังนั้น การต้อนรับ…จึงเสมือนเป็น “โอกาสเริ่มต้น” ของบทสนทนา ที่อาจพัฒนาไปสู่…ความร่วมมือหลังการประชุมในอนาคตอันใกล้

เสน่ห์ไทยเปิดประตู :

การที่ “ผู้นำการเงินโลก” รู้จัก “ศิลปินไทย” (เนเน่) อยู่ก่อนแล้ว ช่วยให้…เจ้าภาพจัดงานเลี้ยงฯ ได้มี “จุดเชื่อม” ในการ…สร้างความคุ้นเคย

ชื่อเสียงของ “เนเน่” ได้ทำหน้าที่…เปิดความสนใจ ก่อนที่แขกจะได้สัมผัสอาหาร ดนตรี และวัฒนธรรมไทยผ่านประสบการณ์ตรง

รัฐบาลได้เตรียม “รับแขก” ระดับ VVIP กว่า 400 คน โดยมีการแสดงจาก “ศิลปินแห่งชาติ” ร่วมด้วย ส่วนอาหารจัดเป็นสำรับไทย 4 คอร์ส ตั้งแต่…อาหารว่าง ต้มยำกุ้ง จานหลักมัสมั่น หรือปลาแซลมอน ไปจนถึง ทับทิมกรอบ (ของหวาน) และ ผลไม้ตามฤดูกาล

ในเชิงการวิเคราะห์ การเลือกเพลงสากล…ที่ผู้ฟังคุ้นเคย ควบคู่กับเพลงไทย ช่วยเชื่อมผู้ร่วมงานต่างวัฒนธรรม ขณะที่ อาหารและองค์ประกอบของสถานที่เติมรายละเอียดให้ภาพประเทศไทย มีทั้งความสามารถร่วมสมัยและเอกลักษณ์ของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การทำให้ความสนใจเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง ต้องมีช่องทางรองรับ?

ผู้ชื่นชอบอาหารไทย ควรเข้าถึงข้อมูลสินค้าและผู้ผลิต

ผู้สนใจวัฒนธรรมควรเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยว

ส่วน ผู้มองเห็นศักยภาพธุรกิจไทยควรมีหน่วยงานรับช่วงการหารือต่ออย่างชัดเจน

ภาพจำที่ดี! จึงเป็น “จุดเริ่มต้น” ของภารกิจด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งต้องเดินหน้าต่อเมื่อเวทีการแสดงปิดลง!!!

ภาพจำคือทุนการเมือง :

แนวนโยบายที่นายอนุทิน มอบไว้ในการเตรียมประชุมและต้อนรับ นั่นก็คือ…ให้ใช้การเป็น “เจ้าภาพ” สร้างความเชื่อมั่น ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน เพิ่มรายได้แก่ภาคธุรกิจและบริการ พร้อมส่งต่อประโยชน์ถึงประชาชน แนวทางนี้ทำให้รัฐบาลมีเป้าหมายที่ต้องพิสูจน์ต่อสาธารณะหลังจบงาน

สำหรับ นายกรัฐมนตรี การลงตรวจความพร้อมด้วยตัวเองและการทำหน้าที่เจ้าภาพ เป็น…โอกาสแสดงความสามารถในการประสานหน่วยงานให้ประเทศไทย ต้อนรับผู้แทนจากทั่วโลกได้อย่างมีมาตรฐาน พร้อมกับสื่อสารได้ว่า…

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศ

ในทางการเมือง ความสำเร็จของการจัดงาน…ช่วยเสริม “ความน่าเชื่อถือ” ด้านการบริหาร แต่ “ความเชื่อมั่น” ทางเศรษฐกิจ ยังต้องอาศัยความชัดเจนของนโยบาย ความต่อเนื่องในการทำงาน และความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

“รัฐบาลอนุทิน” จึงต้อง “เชื่อม” ความประทับใจจากการต้อนรับเข้ากับข้อเสนอทางเศรษฐกิจที่ดำเนินการได้จริง รวมถึงติดตามการหารือให้เห็นความคืบหน้า เพื่อให้ภาพประเทศไทยที่แขกจดจำมีผลงานรองรับในระยะต่อไป

เงินสะพัดต้องวัดผล :

ข้อมูลที่ กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ประเมินว่า…การประชุมครั้งนี้จะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1,050 – 2,250 ล้านบาท จากฐาน…ผู้เข้าร่วมประมาณ 15,000 คน พำนักเฉลี่ย 7 – 10 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 10,000 – 15,000 บาทต่อคน ผ่าน…โรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยว และสินค้าชุมชน ตัวเลขนี้เป็นประมาณการที่ต้องตรวจสอบกับผลจริงภายหลัง

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง อธิบายก่อนหน้านี้ ว่า…การเป็นเจ้าภาพจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นแสดงศักยภาพสู่ตลาดสากล โดยกลุ่มผู้ร่วมประชุมที่มีกำลังซื้อสูงจะช่วยกระตุ้นภาคท่องเที่ยวและบริการในระยะสั้น

รายได้ระหว่างจัดการประชุมครั้งนี้เป็นผลที่สามารถประเมินได้ก่อน ส่วน รายได้จากนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาเยือนในวันข้างหน้า รวมถึง…คำสั่งซื้อสินค้าและบริการ การลงทุนใหม่ และอื่นๆ ต้องติดตามเป็นรายกรณี

เพราะมันขึ้นอยู่กับ…การตัดสินใจและเงื่อนไขทางธุรกิจหลังการประชุมในรอบนี้

ความสนใจที่เกิดขึ้น! จึงต้องมี…การประสานต่อ?

ผู้ต้องการซื้อสินค้าควรได้พบผู้ผลิต

ผู้สนใจลงทุนควรได้รับข้อมูลและคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

หากรัฐบาลทำให้…กระบวนการเหล่านี้เดินหน้าได้ โอกาสจากเวทีโลก…ก็จะมีทางพัฒนาเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง

งบรัฐต้องตอบประชาชน :

การเป็น…เจ้าภาพประชุมระดับโลก ต้องมี…ต้นทุนด้านสถานที่ เทคโนโลยี การอำนวยความสะดวก และการรักษาความปลอดภัย โดยหนึ่งในวงเงินที่ยืนยันได้ คือ งบกลาง 1,162.27 ล้านบาท ซึ่ง คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ระบบสารสนเทศ และอุปกรณ์ตามมาตรฐาน IMF และธนาคารโลก

เมื่อใช้เงินสาธารณะ รัฐบาล จะต้องอธิบาย…ต้นทุนรวมและผลลัพธ์ให้ตรวจสอบได้ พร้อมระบุ ขอบเขตของงบแต่ละส่วน ทั้งการจัดประชุมโดยรวมและงานเลี้ยงรับรอง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจฐานของตัวเลขตรงกัน

การประเมินความคุ้มค่า? ควรครอบคลุม…รายได้ระหว่างงาน ความร่วมมือที่เกิดขึ้น โอกาสทางการค้าและการลงทุน รวมถึง การกระจายประโยชน์ถึงผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน นั่นเพราะ…คำถามสำคัญ ก็คือ…

ใครได้รับประโยชน์? และได้รับมากน้อยเพียงใด?

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรรายงานแยกให้เห็น…ทั้งผลที่เกิดขึ้นแล้ว เรื่องที่อยู่ระหว่างเจรจา และโอกาสที่ยังต้องผลักดันต่อ ข้อมูลเช่นนี้…จะช่วยให้การประเมินผลงานมีความน่าเชื่อถือ และทำให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าได้

งานจริงเริ่มเมื่อแขกกลับ :

ภารกิจของ “นายกฯอนุทิน – รองนายกฯเอกนิติ” หลังจบประชุม คือ…การทำให้ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น! มีผู้รับผิดชอบติดตามอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น…

การหารือด้านลงทุนต้องส่งต่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความสนใจสินค้าไทยต้องเชื่อมถึงผู้ผลิต

และ โอกาสด้านท่องเที่ยวต้องพัฒนาเป็นกิจกรรมส่งเสริมตลาดที่วัดผลได้

ในทางปฏิบัติ…รัฐบาลควรกำหนดช่วงเวลารายงานความคืบหน้า เช่น ภายใน 90 วัน และติดตามอีกครั้งในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้เห็นว่า…

การหารือพัฒนาไปถึงขั้นใด?

มีอุปสรรคอะไร?

และ ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างไร?

ค่ำคืนที่ทำเนียบรัฐบาลในค่ำวันนี้ (14 ตุลาคม) จึงมี ความหมาย ต่อทั้ง…ภาพลักษณ์ประเทศ และความน่าเชื่อถือของรัฐบาล อย่างที่สุด!

นายอนุทิน…มีโอกาสสร้างความประทับใจในฐานะ “เจ้าภาพ” จัดงานเลี้ยงฯ ขณะที่ ดร.เอกนิติ…ต้องช่วยผลักดันโอกาสทางเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานและภาคธุรกิจ

เสียงเพลง…อาจทำให้ “แขกผู้มีเกียรติ” จดจำประเทศไทย แต่อีกสิ่งที่ ประชาชนไทย เฝ้ารอจะเห็นและสัมผัสได้จริง! ก็คือ…รายได้และโอกาสที่เกิดขึ้นหลังเสียงปรบมือจบลง

ในเมื่อ…ต้องเปิดทำเนียบฯ ต้อนรับโลกแล้ว รัฐบาล..ก็จะต้อง “เปิดทาง” ให้โอกาสจากโลกเดินถึงประเทศไทย ธุรกิจไทย และประชาชนไทยด้วย

เพราะนี่คือ…ผลงานที่จะทำให้ “ภาพจำ” ครั้งนี้! มีคุณค่าทางการเมืองในระยะยาว!!!.