• พุธ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 08:06 น.

โลกเสี่ยง? แต่ไทยต้องแกร่ง!

BREAKING NEWS STRATEGIES

(ถอดเวที IMF–World Bank เชื่อม ‘พลังงาน – AI – เงินทุน’ สู่การเติบโตรอบใหม่ หนุนคนไทยได้ประโยชน์)

เวที IMF – World Bank เมื่อ 13 ตุลาคม สะท้อนภาพของเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโต แต่ต้องเผชิญกับความเสี่ยง! “การเงิน – พลังงาน” ที่บีบให้พื้นที่รับมือวิกฤตแคบลง ไทยชูบทบาทเชื่อมโลกและผนึกอาเซียน เปลี่ยนทุนเป็นงาน ทักษะ และผลิตภาพ จับตา! บททดสอบนี้ ต่อการทำให้ความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันและโอกาส เดินไปถึงคนไทย  

เศรษฐกิจโลกยังเดินหน้าได้ แต่ความสามารถในการ “รับแรงกระแทก!” ครั้งต่อไป…กำลังถูกทดสอบ!!??

นี่คือ…ภาพที่ปรากฏจากเวทีสำคัญของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

ตลอดวัน…การหารือครอบคลุม ตั้งแต่…แนวโน้มเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงระบบการเงิน ความร่วมมืออาเซียน ไปจนถึง การเติบโตรอบใหม่ของไทยและช่องทางเงินทุนสำหรับธุรกิจ

แม้แต่ละเวที…จะมีโจทย์เฉพาะตัว แต่เมื่อ…นำทั้งหมดมาร้อยเรียงและประกอบเข้าด้วยกัน คำถามในรอบนี้ คงไม่พ้น…แล้วเราจะสร้างการเติบโตอย่างไรให้รับมือความผันผวนได้ และกระจายประโยชน์ถึงประชาชน???

สำหรับ ประเทศไทย…การเป็น “เจ้าภาพ” จึง “เปิดโอกาส” ให้เสนอทิศทางประเทศ พร้อมรับฟังข้อเตือนที่ต้องนำกลับมาตรวจสอบนโยบายของตนเอง

นั่นเพราะ…เม็ดเงินลงทุนจะมีความหมายต่ออนาคต ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภาพ งานคุณภาพ และขีดความสามารถของธุรกิจไทยได้จริง!!!

เห็นโลก เห็นโจทย์ :

รายงาน World Economic Outlook (WEO) เป็น…เวทีประเมินทิศทางเศรษฐกิจ ขณะที่ Global Financial Stability Report (GFSR) ตรวจสอบความเสี่ยงในระบบการเงิน โดย รายงานของทั้ง 2 เวที ได้ช่วยวางฐานว่า…ประเทศต่าง ๆ กำลังตัดสินใจท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบใด?

ส่วน การประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนกับประธานธนาคารโลก และ การหารือรัฐมนตรีคลัง – ผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียนกับ IMF ถือเป็น…พื้นที่กำหนดแนวทางรับมือร่วมกัน ตั้งแต่…พลังงาน เทคโนโลยี แรงงาน ไปจนถึงวินัยการคลังและระบบคุ้มครองทางสังคม

ด้าน…เวทีหลักของไทย อย่าง…“Building Resilience in a Fragmented World” และเวที “Bangkok 1991–2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth” ได้ทำหน้าที่…เชื่อมสถานการณ์โลกเข้ากับทางเลือกของประเทศ ขณะที่ เวทีเงินทุนธุรกิจรายย่อย การเงินฐานทรัพย์สินทางปัญญา และการหารือทวิภาคี ก็ได้ช่วยเติมเครื่องมือสำหรับนำทิศทางเหล่านั้นไปปฏิบัติ

เมื่อมองร่วมกัน เวทีเหล่านี้…จึงเชื่อมจาก การประเมินความเสี่ยง สู่การกำหนดยุทธศาสตร์ และการหาเครื่องมือสร้างผลลัพธ์ โดยความเชื่อมโยงนี้ เป็นการ “สังเคราะห์” สาระการประชุม ที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ได้จัดทำขึ้นมา มิใช่ “มติร่วม” ที่ทุกเวทีให้การรับรองแล้ว แต่อย่างใด

เศรษฐกิจโลกโต! แต่เปราะ :

ตามเอกสารสรุปผลการประชุม เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม IMF คาดเศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัว 3.1% และ ปี 2570 3.4% ขณะที่ เงินเฟ้อโลกอยู่ที่ 4.7% และ 4.1% ตามลำดับ ส่วน เศรษฐกิจไทยคาดขยายตัว 2.1% ทั้ง 2 ปี

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า…เศรษฐกิจยังมีแรงขับเคลื่อน แต่แต่ละประเทศได้รับประโยชน์และเผชิญต้นทุนแตกต่างกัน ประเทศที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่เทคโนโลยีและ AI มีแรงสนับสนุน ขณะที่ ประเทศนำเข้าเชื้อเพลิงหรือปรับตัวต่อเทคโนโลยีไม่ทันมีความเปราะบางมากขึ้น

GFSR ยังเตือนถึง “ความเสี่ยง!” สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การปรับฐานสินทรัพย์เกี่ยวกับ AI 2.การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และ 3. ภัยไซเบอร์ ซึ่งอาจ “ส่งผ่าน” ความเสียหายในระบบการเงินที่เชื่อมโยงกันสูง

นัยสำคัญที่จะมีต่อประเทศไทย ก็คือ…การดึงดูดทุนต้องเดินคู่กับการบริหารความเสี่ยง เพราะหากต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น ตลาดผันผวน หรือการลงทุนเทคโนโลยีชะลอลง โครงการที่ดูมีโอกาสในวันนี้อาจเผชิญข้อจำกัดในวันหน้า

ดังนั้น รัฐจึงต้องรักษาพื้นที่ทางการคลังและความเชื่อมั่น ขณะที่ ธุรกิจต้องพิจารณาความคุ้มค่าจากรายได้และความต้องการจริง

พลังงานนำ ทุนตาม :

ในการประชุม “รัฐมนตรีคลังอาเซียน” กับ นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก, ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เสนอกรอบ “พลังงานเป็นรากฐาน – AI เป็นตัวทวีคูณ – เงินทุนเป็นตัวเร่ง”

สาระของข้อเสนอนี้ คือ…อาเซียนมีศักยภาพ แต่การใช้ประโยชน์จากเงินทุนต้องอาศัยทั้งความพร้อมด้านพลังงาน เทคโนโลยี และกฎระเบียบ ดังนั้น ดร.เอกนิติ จึงเสนอให้ธนาคารโลกช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและสัญญา เพื่อขับเคลื่อน โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานเข้าถึง AI

ความเชื่อมโยงมีเหตุผลชัดเจน กล่าวคือ…อุตสาหกรรมดิจิทัลต้องการพลังงานที่เพียงพอและเชื่อถือได้ ธุรกิจต้องมีเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ ส่วน เงินทุนช่วยให้การปรับตัวเกิดขึ้นในวงกว้าง

หากองค์ประกอบใดติดขัด? ผลจากการลงทุนย่อมลดลง!

สำหรับ อาเซียน ความร่วมมือดังกล่าวอาจช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกในการพัฒนา แต่ต้องจัดการเงื่อนไขข้ามพรมแดนให้เดินหน้าได้จริง ทั้ง…กติกาโครงการ ความมั่นคงของระบบ และผลประโยชน์ของประเทศที่เกี่ยวข้อง

แรงงานต้องทัน :

ส่วนการหารือ…อาเซียนกับ นางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการ IMF ได้ให้…ความสำคัญกับแรงงาน การค้าบริการ ระบบคุ้มครองทางสังคม และ การเพิ่มรายได้รัฐเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต โดยเอกสารสรุประบุว่า…IMF คาดอาเซียนเติบโต 4.9% ในปี 2569 และ 4.7% ในปี 2570

ตัวเลขภูมิภาคที่ขยายตัว! ไม่ได้รับประกันว่า…แรงงานทุกกลุ่มจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่ากัน เทคโนโลยีอาจเพิ่มผลิตภาพของบางกิจการ ขณะเดียวกัน ก็เปลี่ยนทักษะที่นายจ้างต้องการและลดความต้องการงานบางประเภท

การพัฒนาคนจึงต้องเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ลงทุนตั้งแต่ต้น โดยเชื่อมหลักสูตรกับความต้องการของสถานประกอบการ เปิดทางให้แรงงานเดิมเรียนรู้เพิ่มเติม และมีระบบช่วยเหลือผู้ที่ต้องเปลี่ยนอาชีพ

สำหรับ เอเชีย ความสามารถในการปรับตัวที่ต่างกันอาจทำให้ช่องว่างระหว่างประเทศกว้างขึ้น ความร่วมมือด้านทักษะ เทคโนโลยี และบริการจึงมีบทบาทในการกระจายโอกาสให้มากกว่าฐานการผลิตที่พร้อมอยู่แล้ว

เชื่อมโลก สร้างคน :

บนเวที “Building Resilience in a Fragmented World” ซึ่งมี นายจอร์จีวา บังกา และ นางรีอิกกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังฟินแลนด์ ร่วมเสวนา ดร.เอกนิติ เสนอให้ไทยเป็น Trusted Connector หรือผู้เชื่อมที่น่าเชื่อถือ ท่ามกลางโลกที่ให้น้ำหนักกับความมั่นคงมากขึ้น

ดร.เอกนิติ ชี้ว่า…ความแบ่งขั้วส่งผลผ่านการค้า การเงิน และการลงทุน ประเทศขนาดกลางจึงต้องสร้างความไว้วางใจ รักษาความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนกติกา และกระจายความเสี่ยง พร้อมวางเป้าหมาย “Turning Capital into Capabilities”…เปลี่ยนเงินทุนให้เป็นขีดความสามารถ

สำหรับ ประเทศไทย บทบาท “ผู้เชื่อม” จะมีน้ำหนักเมื่อสามารถช่วยให้คู่ค้าทำธุรกิจได้อย่างเชื่อถือได้ และช่วยให้ธุรกิจในประเทศเข้าถึงเครือข่ายการผลิต เทคโนโลยี และตลาดใหม่

“จุดวัดผล” จึงควรครอบคลุม ทั้ง…การลงทุนที่เกิดจริง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะ และการเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้โอกาสจากโลกส่งผ่านถึงเศรษฐกิจภายในประเทศ

คนเล็กต้องมีทุน :

เวทีธนาคารโลก “MSME Finance: Leveraging Data for Jobs” ได้…วางโจทย์การใช้ข้อมูลและนวัตกรรมทางการเงินช่วยธุรกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง เข้าถึงทุนและเติบโต ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา

อีกด้านหนึ่ง ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเวทีหารือ IP Finance เพื่อ…พัฒนาระบบประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาและทดลองแนวทางการเงินสำหรับธุรกิจนวัตกรรม  

2 เวทีเชื่อมกันที่การทำให้ศักยภาพของธุรกิจมองเห็นได้ชัดขึ้น! ทั้งจากข้อมูลการดำเนินกิจการและสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เพื่อเพิ่มช่องทางเข้าถึงเงินทุน

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงทุนต้องสัมพันธ์กับความสามารถสร้างรายได้และชำระหนี้ด้วย การพัฒนาระบบประเมินที่น่าเชื่อถือ การคุ้มครองข้อมูล และเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะกับแต่ละกิจการ จะช่วยให้การเปิดโอกาสไม่กลายเป็นภาระหนี้เพิ่มเติม

ไทยต้องขึ้นรอบใหม่ :

ส่วน เวทีถอดบทเรียนไทยจากปี 2534 ถึง 2569 ที่มี ดร.เอกนิติ และ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมสะท้อนบทบาทนโยบายเศรษฐกิจ ระบบการเงิน และการปฏิรูปโครงสร้างในการสร้างการเติบโตที่เข้มแข็งและทั่วถึง  

ดร.เอกนิติ ได้เสนอ Second Take-off หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ โดย เน้น…เสถียรภาพ ผลิตภาพ เทคโนโลยี และความพร้อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมเปรียบ เอกชนเป็น “กองหน้า” รัฐเป็น “กองกลาง” และเสถียรภาพเป็น “กองหลัง”

อุปมานี้ สะท้อน…การแบ่งบทบาทที่ต้องทำงานประสานกัน เอกชนลงทุนและสร้างตลาด รัฐลดอุปสรรคและพัฒนาเงื่อนไขสนับสนุน ส่วนเสถียรภาพช่วยรักษาความเชื่อมั่นและความต่อเนื่อง

ส่วนการหารือกับ นายคาซูฮิโกะ อามาคาวะ ผู้ว่าการ JBIC เรื่อง…การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เมืองคาร์บอนต่ำ และช่องทางเงินทุนญี่ปุ่นสำหรับ SMEs ไทย ถือเป็น…อีกช่องทางที่อาจต่อยอดทิศทางดังกล่าว แต่ยังต้องติดตามจากการหารือไปสู่โครงการและผลลงทุนจริง

จากโลกถึงครัวเรือน :

ในระดับโลก การรักษาความร่วมมือและบริหารความเสี่ยงช่วยลดโอกาสที่แรงกระแทกจะลุกลาม ส่วน เอเชีย ต้องใช้ฐานเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาคน เพื่อให้การเติบโตกระจายกว้างขึ้น

สำหรับ อาเซียน การเชื่อมพลังงาน การค้า บริการ และระบบดิจิทัลอาจเพิ่มความสามารถของภูมิภาคในการรับมือความผันผวน

ขณะที่ ประเทศไทย ก็จะต้องเปลี่ยนความเชื่อมโยงเหล่านี้เป็นผลิตภาพและการแข่งขันที่ดีขึ้น

ผลต่อประชาชนไทย…จะปรากฏผ่าน งาน รายได้ ต้นทุนพลังงาน โอกาสทำธุรกิจ และความมั่นคงเมื่อเกิดวิกฤต

หากการลงทุนขยายตัวแต่ธุรกิจไทยเข้าไม่ถึง แรงงานปรับตัวไม่ทัน หรือรายได้ไม่เพิ่ม การเติบโตย่อมส่งผ่านถึงครัวเรือนได้จำกัด

จับตาผลจริง :

สิ่งที่ต้องติดตามหลังเวทีการประชุมในวันดังกล่าว นั่นก็คือ…การลดกฎระเบียบทำให้โครงการเดินหน้าได้เพียงใด ความร่วมมือพลังงานอาเซียนมีขั้นตอนปฏิบัติอย่างไร และการพัฒนาทักษะเชื่อมกับงานจริงมากน้อยแค่ไหน

ด้านธุรกิจขนาดเล็ก จะต้องติดตามว่า…การใช้ข้อมูลและ IP Finance เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนได้จริงหรือไม่? พร้อมพิจารณา คุณภาพสินเชื่อและความอยู่รอดของกิจการ ส่วน ความเสี่ยงไซเบอร์เชื่อมไปสู่กำหนดการนำเสนอ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services โดยเฉพาะประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด นั่นคือ…การป้องกันปัญหาฉ้อโกงออนไลน์และสแกมเมอร์ ในวันนี้ (14 ตุลาคม) ซึ่งยังต้องติดตามสาระและผลการหารือแยกจากวันก่อนหน้า

ข้อเสนอจากมุมของ “ทีมยุทธศาสตร์” ผ่านบทความนี้ ก็คือ…ขอให้ติดตามความสำเร็จของการลงทุนควบคู่กับ งานที่เกิดขึ้น ทักษะที่ถ่ายทอด ธุรกิจไทยที่เข้าร่วม และผลประโยชน์ที่ถึงประชาชน พร้อมติดตาม…ผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาของโครงการสำคัญให้ชัดเจน

ด้วยเพราะเชื่อมั่นที่ว่า…ประเทศไทยจะแกร่งขึ้นได้ เมื่อโอกาสบนเวทีโลกกลายเป็นความสามารถในประเทศ และความสามารถนั้นสร้างความมั่นคงให้ประชาชนได้จริง!!!.