(IMF – World Bank เปิดโจทย์อนาคตแรงงาน ไทยต้องเปลี่ยนทุนเทคโนโลยีเป็นรายได้และโอกาสของคนตัวเล็ก)
การประชุม IMF – World Bank วันแรก! ส่งสัญญาณว่า AI เป็นทั้งแรงขับเศรษฐกิจและโจทย์ใหญ่ของแรงงาน ด้านธนาคารโลกชู Small AI ขณะที่ “เอกนิติ” เสนอเพิ่มผลิตภาพ – สร้างงาน – กระจายโอกาส ชี้! บททดสอบไทย อยู่ที่การเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนให้เป็นประโยชน์ถึงประชาชนไทย
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งเริ่มกิจกรรมวันแรก เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ณ กรุงเทพมหานคร เปิดประเด็นสำคัญที่ก้าวพ้นเรื่อง ภาพลักษณ์ประเทศเจ้าภาพ ไปสู่คำถามที่ว่า…
เศรษฐกิจโลกจะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างการเติบโต พร้อมรักษาโอกาสของประชาชนได้อย่างไร?
สาระจากวันแรก…ยังเป็นข้อเสนอและการแลกเปลี่ยนบนเวทีต่าง ๆ ก่อนการประชุมใหญ่สภาผู้ว่าการฯ วันที่ 16 ตุลาคม แต่ก็มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อน “โจทย์ร่วม” ของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง…เทคโนโลยี การจ้างงาน และการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
สำหรับประเทศไทย นี่คือ…โอกาสที่จะได้นำ “วาระระดับโลก” กลับมาตรวจสอบยุทธศาสตร์ของตัวเอง ว่า…เมื่อทุนเทคโนโลยีเข้ามาแล้ว คนไทยจะยืนอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่มูลค่า? และประชาชนจะได้รับอะไรนอกเหนือจากตัวเลขลงทุน?
โตแล้ว ใครได้ :
นางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการ IMF ระบุว่า…การลงทุน AI ช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจโลกท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงาน แต่ก็เตือนว่า…เทคโนโลยีนี้กำลังเปลี่ยนทั้งตลาดแรงงาน การศึกษา และวิธีจัดเก็บรายได้ของรัฐ พร้อมเปรียบผลกระทบกับ “สึนามิที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ”
ประเด็นเชิงกลยุทธ์? จึงอยู่ที่…ความสามารถของรัฐในการทำให้การเติบโตจากเทคโนโลยีส่งผ่านไปถึงคนทำงาน เพราะ…การลงทุนอาจเพิ่มผลผลิตและกำไรได้ โดยที่รายได้ของแรงงาน อาจไม่ได้เพิ่มตามในสัดส่วนเดียวกัน
หากประโยชน์ส่วนใหญ่กระจุกอยู่กับเจ้าของทุน บริษัทเทคโนโลยี และแรงงานทักษะสูง เศรษฐกิจอาจดูแข็งแรงขึ้นในภาพรวม ขณะที่ครัวเรือนจำนวนหนึ่งยังเผชิญรายได้ไม่แน่นอนและต้นทุนการปรับตัวสูงขึ้น
ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องวัดความสำเร็จของยุทธศาสตร์ AI ให้ลึกกว่ามูลค่าการลงทุน โดยติดตามทั้งงานที่เกิดขึ้น ค่าจ้าง ทักษะที่คนไทยได้รับ และโอกาสของธุรกิจในประเทศที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบใหม่
บันไดขั้นแรก :
นายธาร์มาน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ เตือนบนเวทีเดียวกันว่า..ความต้องการงานแรกหลังสำเร็จการศึกษากำลังลดลงในสาขาที่ได้รับผลกระทบจาก AI สูง พร้อมชี้ว่า…ประเทศต่าง ๆ ต้องเร่งรับมือ เพื่อป้องกันเทคโนโลยีขยายช่องว่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา
คำเตือนนี้! มีความหมายมากกว่า…ปัญหาบัณฑิตหางานยาก เพราะงานแรกคือ…พื้นที่สะสมประสบการณ์ เรียนรู้การทำงานจริง และสร้างเส้นทางอาชีพ หาก บันไดขั้นแรกแคบลง คนรุ่นใหม่ย่อมมีโอกาสก้าวไปสู่งานที่ซับซ้อนและรายได้สูงน้อยลงด้วย
โจทย์ของประเทศไทยจึงต้องเชื่อมระบบการศึกษา การฝึกทักษะ และความต้องการของนายจ้างเข้าด้วยกัน ซึ่ง หลักสูตร AI จะมีคุณค่ามากขึ้น เมื่อผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปแก้ปัญหาในงานจริง และมีช่องทางเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างชัดเจน
การฝึกงานที่มีคุณภาพ การเรียนรู้ร่วมกับสถานประกอบการ และการพัฒนาทักษะของคนที่ทำงานอยู่แล้ว จึงควรเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เดียวกัน เพื่อให้ทั้งคนรุ่นใหม่และแรงงานเดิมมีโอกาสเติบโตไปกับเทคโนโลยี
เล็กแต่ถึงคน :
ด้าน ธนาคารโลก นำเสนอแนวทาง Small AI ผ่านเวที “Small AI: More and Better Jobs” เน้น…เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง มีต้นทุนเข้าถึงได้ และเหมาะกับภาษา โครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณของแต่ละประเทศ เพื่อช่วยเกษตรกร ธุรกิจ และบริการภาครัฐ
นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก อธิบายว่า…แนวทางที่ธนาคารโลกให้ความสำคัญคือ AI ที่ใช้พลังประมวลผลไม่สูงมาก แต่ช่วยเพิ่มผลิตภาพให้เกษตรกร คลินิก และครูได้
สำหรับ ประเทศไทย แนวคิดนี้…ได้เปิดพื้นที่ให้กำหนดยุทธศาสตร์จากปัญหาของผู้ใช้ ดังนั้น ร้านค้าอาจต้องการรู้ว่าสินค้าชนิดใดทำกำไร เกษตรกรต้องการข้อมูลช่วยวางแผนการผลิต ส่วน ภาคธุรกิจขนาดเล็กต้องการลดภาระงานเอกสารและเข้าถึงลูกค้าใหม่
หาก…เครื่องมือช่วยลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย หรือประหยัดเวลาทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ก็สามารถแปรเป็นรายได้และความสามารถในการจ้างงาน การขยายการใช้งานจึงต้องเดินคู่กับการวัดผล ไม่ว่าจะเป็นกำไรที่ดีขึ้น เวลาที่ลดลง หรือธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงขึ้น
ทุนต้องสร้างคน :
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เสนอแนวทาง “AI in All, All in AI, AI for All” บนเวทีธนาคารโลก โดยมุ่ง…เพิ่มผลิตภาพของงานเดิม สร้างงานใหม่ และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยี
รองนายกฯเอกนิติ ยังกล่าวถึง SkillBridge เพื่อเชื่อมการฝึกทักษะกับความต้องการของนักลงทุน พร้อมกับย้ำว่า…การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต้องสร้างงานให้คนไทยด้วย
สาระสำคัญของข้อเสนอนี้ คือ…การเชื่อมยุทธศาสตร์ดึงดูดทุนกับยุทธศาสตร์พัฒนาคน เพราะการมีโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นไม่ได้รับประกันโดยอัตโนมัติว่าแรงงานไทยจะเข้าถึงงานที่มีมูลค่าสูง
ดังนั้น ภาครัฐจึงควรทำให้ความต้องการทักษะของนักลงทุนชัดเจนตั้งแต่ต้น แล้วเชื่อมกับสถาบันการศึกษา ผู้ฝึกอบรม และผู้ประกอบการไทย เพื่อให้การเตรียมคนเกิดขึ้นทันกับจังหวะลงทุน
ตัวชี้วัดที่ประชาชนเข้าใจได้ ก็คือ…คนไทยได้งานประเภทใด? รายได้ดีขึ้นเพียงใด? และธุรกิจไทยเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากแค่ไหน?
สิ่งเหล่านี้จะทำให้คำว่า…“อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” มีความหมายต่อชีวิตจริง!!!
ข้อมูลเปิดทาง :
ตัวอย่างที่ประเทศไทยได้นำเสนอ นั่นคือ…“นกกระซิบ” ในแอปถุงเงิน ซึ่งช่วยให้ ผู้ค้ารายย่อยใช้ข้อมูลบริหารกิจการ ทั้งนี้ ดร.เอกนิติ อธิบายว่า…หากได้รับความยินยอม ข้อมูลธุรกรรมยังอาจช่วยธนาคารเข้าใจธุรกิจของผู้ค้าที่ขาดหลักประกันหรือประวัติเครดิตอย่างเป็นทางการได้ดีขึ้น
นัยเชิงกลยุทธ์! นี่คือ…การเพิ่มช่องทางพิสูจน์ศักยภาพของธุรกิจเล็ก ผู้ค้าที่มีลูกค้าและรายได้จริงอาจมีข้อมูลช่วยประกอบการพิจารณาเงินทุน แม้ไม่มีทรัพย์สินมากพอเป็นหลักประกัน
อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงสินเชื่อ! ควรสัมพันธ์กับ…ความสามารถชำระหนี้ และแผนเติบโตของกิจการ ด้วย เป้าหมายที่ควรติดตาม ก็คือ…ผู้ค้าใช้ข้อมูลตัดสินใจดีขึ้นหรือไม่? เข้าถึงเงินทุนเหมาะสมขึ้นเพียงใด? และ มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนหรือไม่?
การยินยอมใช้ข้อมูลที่ชัดเจน ความถูกต้องของข้อมูล และช่องทางแก้ไขข้อผิดพลาด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ค้าใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง
สูงวัยต้องพร้อม :
เวทีเปิดตัวหนังสือ “Shaping the Future of Asia” ของ IMF เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เชื่อมโจทย์ประชากร การค้า เทคโนโลยี และพลังงานเข้ากับอนาคตของภูมิภาค โดยมี ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ร่วมเป็นผู้เสวนา…
สรุปประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ คือ…นางจอร์จีวา (กรรมการผู้จัดการ IMF) มองว่า…ผลิตภาพจาก AI อาจช่วยชดเชยแรงกดดันจากแรงงานที่ลดลง ขณะที่ นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก IMF เตือนว่า…ต้องพิจารณาว่า AI ช่วยเสริมศักยภาพแรงงานหรือเข้ามาทดแทนงาน พร้อมให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทักษะและผลิตภาพ
สำหรับ ประเทศไทย การออกแบบเครื่องมือให้ “คนต่างวัย” ใช้งานได้จริง! จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้ง…ภาษา ความง่ายในการใช้งาน ต้นทุน และการช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา คนที่ปรับตัวช้าควรได้รับช่องทางเรียนรู้และบริการที่เหมาะสม เพื่อให้…เทคโนโลยีช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานและดำรงชีวิต
ขณะเดียวกัน เวที Youth Dialogue เปิดพื้นที่ให้ เยาวชนเอเชีย ได้สะท้อนมุมมองเรื่อง AI ผู้ประกอบการ การเข้าถึงเงินทุน และอนาคตแรงงาน โดยพวกเขาย้ำว่า…คนรุ่นใหม่ต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจที่ตนเองจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย
ภาพจำต้องมีผล :
เมื่อการประชุมเดินเข้าสู่วันนี้ (13 ตุลาคม) ประเทศไทย ในฐานะ “เจ้าภาพ” ได้กำหนดจัดเวที “Building Resilience in a Fragmented World” โดย ดร.เอกนิติ ร่วมกับ ผู้นำ IMF และธนาคารโลก ตามกำหนดการที่ประกาศไว้
และนี่จะเป็น…โอกาสเชื่อมข้อเสนอจากวันแรกกับโจทย์สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของไทย!!!
คำถามที่ควรตามต่อ? จึงมีความชัดเจนว่า…ประเทศไทยจะสร้างงานคุณภาพจากการลงทุนเทคโนโลยีอย่างไร? ธุรกิจเล็กจะเข้าถึงเครื่องมือและเงินทุนได้เพียงใด? และแรงงานที่ได้รับผลกระทบจะมีเส้นทางปรับตัวแบบไหน?
การเป็น “เจ้าภาพ” ได้ช่วย…“เปิดประตู” ให้กับประเทศไทยได้นำเสนอวิสัยทัศน์ต่อโลก
ส่วน…ความน่าเชื่อถือระยะยาว จะเกิดจากการทำให้ข้อเสนอเหล่านั้น มีผู้รับผิดชอบ เป้าหมาย และผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้
“ภาพจำ” ที่จะมีพลังที่สุด! ของประเทศไทย ก็คือ…ประเทศที่เปลี่ยนโอกาสระดับโลก! ให้กลายเป็นงาน รายได้ และความมั่นคงของประชาชนได้อย่างแท้จริง!!!.

